:: เมืองไทย.คอม :: ท่องเที่ยว อร่อยเมืองไทย ที่พัก Web Magazine & TV

Archive for กรกฎาคม, 2009

209 ตรื้ดๆ

The 55th Corner @ Hua Hin

by chaomuang on ก.ค..29, 2009, under Delicious

 


       เดอะฟิฟตี้ฟิฟ คอร์เนอร์ เป็นร้านแนวคอฟฟี่ชอป มีบริการของอาหารเวียดนาม , ไอศกรีม Red Mango และ Stonehead Tavern (Dining & Bar) บนชั้น 2 The 55th Corner ตั้งอยู่หัวมุม ซอยหัวหิน 55 ภายในร้านสีขาวแต่งเก๋ด้วยมุมโซฟาสีสดใสกับตุ๊กตาหลากสีมากมายหลายตัวคงถูกใจคุณๆผู้หญิงและเด็กๆน่าเป็นแน่ ส่วนผู้ชายก็เลือกมุมนั่งสบายได้อีกหลายมุม มีอินเตอร์เน็ต Wi-Fi บริการ หรือจะเดินชมแกลอรี่ภาพสวยๆ ของศิลปินชาวเวียดนามก่อนก็ได้

      มีหลายคนสงสัยว่านี่คืออะไร ดูขนาดแล้วอาจคิดว่าเป็นเครื่องทำกาแฟขนาดใหญ่รึเปล่า รูปที่คุณเห็นกันอยู่นี่ คือ Ca Phe sua da ที่มีขนาดเล็กเท่ากับแก้วเป๊กเลยเชียวแหล่ะ อยากจะชิมรสชาติกาแฟจากแก้วใบนี้ อยู่ไม่ไกล… แค่หัวหิน จ.ประจวบฯ นี่เอง คุณก็จะได้รสชาติกาแฟเวียดนามแท้ๆ ในบรรยากาศโมเดินท์ น่ารักๆ ที่ “The 55th Corner”

       ได้ที่นั่งถูกใจกันแล้วก็สั่งอาหารกันเลย เริ่มต้นด้วยว่าคุณจะต้องลอง “คา เฟ เซอ ด๊า”(Ca Phe Sao Da) ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ด้วยการนำเสนอแบบดั้งเดิมแบบเวียดนาม แต่แปลกตาสำหรับเรา กาแฟที่ต้องตั้งตารอคอกาแฟหยด จนครบ ประมาณการได้ 3 นาที จากนั้นก็ค่อยๆเปิดฝาแล้วสูดกลิ่นหอมๆกระตุ้นก่อนบรรจงชิมกาแฟเข้มข้น กลมกล่อม รสชาตินุ่มอย่าบอกใครเชียว


      อาหารหน้าตาน่าทาน มาอยู่ตรงหน้าแล้ว กับ ไข่พะโล้ทองคำ เปรี้ยวอมหวาน ทานคู่ข้าวสวยร้อนๆ จานนี้จานเดียวก็อยู่ท้องไปนาน แต่ว่า มาถึงทั้งทีต้องลองให้มันหลากหลายซะหน่อย อย่างคนทานเนื้อ ลอง โรตีหัวหินแกงเนื้อ หวานมันเครื่องแกงทานคู่โรตีแผ่นกรอบ เฝอต้มยำกุ้ง เฝอเป็นลักษณะคล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่จะเหนียวนุ่มและเส้นใหญ่กว่าเส้นเล็กบ้านเรานิดนึง คล้ายๆเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งที่ไม่ต้องปรุงเพิ่ม ก๋วยจั๊บญวน น้ำขลุกขลิกกับหมูสับหมูยอ โรยด้วยหอมทอดเหลืองน่าทาน และ แซนวิชทูน่าทอด ตรงตามชื่อที่นำเอาแซนวิชทูน่า มาชุบเกร็ดขนมปังและนำมาทอด แปะด้วยชีสด้านบน เสริฟพร้อมเฟรนด์ฟรายและสลัด ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มชื่นใจอย่างชามะนาว และสตอเบอรี่ปั่น กับขนมเค้กแสนอร่อยอีกสักชิ้น เครปเค้ก ที่แม้ขณะว่าท้องอิ่มของคาวก็ยังทานหมดเกลี้ยงด้วยความอร่อยที่ไม่หวานมาก ติดใจจริงๆ

       The 55th Corner เปิดบริการตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองหัวหินที่คับคั่ง   ยามเช้ากับบรรยากาศกาแฟและอาหารเวียดนาม ที่ Ca Phe sua da เปิดบริการตั้งแต่ 06.00 – 21.00 น. ( ศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 23.00 น.) บ่ายๆ อากาศร้อนๆ ก็มาทานไอศรีม Red Mango เปิดบริการตั้งแต่ 09.00 – 21.00 น. ( ศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 23.00 น.)     ช่วงเย็นย่ำค่ำคืน หลังจากไปเดินเล่นตลาด ฉัตรชัย Night Market ก็แวะมาอีกซักรอบ จิบค๊อกเทลฟังดนตรีสด และเล่นพูล ที่ชั้น 2 กับ Stonehead Tavern 18.00 – 01.00 น.

สอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ โทรศัพท์ : 032-512319 โทรสาร : 032-512320  www.55corner.com

 

   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
     
     
 
     

 

5 Comments : more...

12 ตรื้ดๆ

Computer.today ฉบับที่ 361

by Ich Soithong on ก.ค..27, 2009, under หนังสือ - แม็กกาซีน

Philips Go Gear Muse
สุดยอดเทคโนโลยีบันเทิงพันธุ์ใหม่

     ปลายเดือนกรกฎาคมนี้  เตรียมหูของคุณให้พร้อมร่วมท้าพิสูจน์ประสบการบันเทิงขณะเดินทาง    ด้วยระบบเสียงคุณภาพเยี่ยมที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนกับเครื่องเล่นวีดีโอแบบพกพา  Phillip GoGear Muse ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี   FullSound2  ที่มีพัฒนาการขึ้นอีกขึ้นกับคุณภาพเสียงสดใส  ทุกมิติ  ทุกรายละเอียด  ไร้เสียงรบกวน  พร้อมฟังก์ชันบันทึกวีดีโอออนไลน์ลงในเครื่องเล่นได้โดยตรง   และรับชมวีดีโอบนจอสีแบบ Wide QVGA  รายละเอียดสูงขนาด 3 นิ้ว

Cool  Idea
รวยด้วยการขายโดนเมน

       เคยมีผู้อ่าน  เรียกร้องมาว่า … อย่าให้สอนการขายโดนเมน หน่อย.. ขอมาแบบนี้ฐฐ จัดให้เลยครับ  ใครที่มีโดนเมนในการครอบเยอะๆ ไม่ได้ใช้อะไร  เอามาขายกันเถอะ ชื่อไหนดีๆ  โดนๆ อาจรวยแบบไม่รู้ตัว

Cover Story
Office
กวนโอ๊ย  19 เรื่องยุ่งที่ทุกคนแก้ได้

       ขอนำเอาเรื่องใกล้ตัวกับโปรแกรมที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศที่ใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  โดยทิ้งทั้งหมด 19 ปัญหา (จำนวนเท่ากับอายุของคอมพิวเตอร์.ทูเดย์)  เป็นปัญหาที่ทุกคนต้งพบประสบอยู่เป็นประจำ

1000 tips สาขา 3
เป็นเรื่องของ 100 ทิป เกมออนไลน์

Facebook   ถือว่าเป็น Social Network   อันดับหนึ่งของไทย  แซง Hi5 ไปเรียบร้อยแล้วแม้ว่าตัว Facebook จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาได้เหมือน Hi5  แต่จุดเด่นของ Facebook คือ แอพพลเคชันที่มีให้เลือกมากมาย  โดยเฉพาะเกมที่มีให้เลือกเล่นมากมายหลายสิบเกม  และที่สำคัญคุณสามารถเล่นเกมกับเพื่อนๆ ทีอยู่ Facebook ได้ด้วย

Computer.Today  ปักษ์แรก ก.ค. 2552

Leave a Comment :, , , , , , , , , more...

181 ตรื้ดๆ

Mix  July 2009 : จ๊ะจ๋า พริมรตา

by Ich Soithong on ก.ค..16, 2009, under หนังสือ - แม็กกาซีน

JaJa  Primrata : Helpless When she smiles
จ๊ะจ๋า พริมรตา  หวานซึ้ง… ถึงขั้นเซ็กซี่

       ผู้หญิงในอุดมคติของหนุ่มหลายๆ  คนคงหนีไม่พ้นสาวผมยาว  ผิวขาว  หน้าตาดี  ตามมาด้วยทรวดทรงองค์เอวได้ส่วน  ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด  การันตีได้ว่าอยู่ในตัวของสาวคนนี้ชื่อว่า  จ๊ะจ๋า  พริมรตา  เดชอุดม  ครับ

       เรารู้จักจ๊ะจ๋าครั้งแรกกับบทนักศึกษาในละครเรื่อง  น้องใหม่ร้ายบริษุทธิ์  ก่อนจะตามมาด้วยละครอีกหลายเรื่อง  อาทิ  บริษัทบำบัดแค้น  เทพบุตรชุดวิน  ฯลฯ  แถมด้วยภาพยนตร์เรื่อง  เดอะกิ๊ก   และ องค์บาก 2  อีกด้วย  เธอแทบไม่มีข่าวเรื่องที่จะทำให้เกิดภาพพจน์ไม่ดีเลย  เรียกได้ว่ารักษามาตรฐานของตนเองไว้ได้เป็นอย่างดี     และวันนี้เธอจะลุกขึ้นมาโชว์ความเซ็กซี่เล็กๆ  ให้เราได้ชมกันครับ

หม่ำ  จ๊กมก  ตลกไร้เทียมทาน
หนังเรื่องวงษ์คำเหลา  ผมขอ  วันละ 10 ล้าน 10 วันก็พอ !”

       เมื่อปี่กลองเชิด  ประตูห้องประชุมอันโอ่โถงของสหมงคลฟิล์ม   อินเตอร์เนชั่นแนว  ก็ถูกเปิดออก  ละอองไอเย็นแอร์ปะทะที่ใบหน้าเหลี่ยมๆ  ของเขาอย่างจัง

       เรามาเพื่อเจาะลึกทุกอารมณ์  ค้นหาเศษเสี้ยวแห่งความสุข  สนุกกับเบื้องหน้าและเบื้องหลังของผู้ชายคนนี้  หม่ำ  จ๊กมก  ตลกขั้นเทพ

       ที่พกความบันเทิง  ผสานไอเดียติดตรวจ   เขาเริ่มจากเด็กยกของตามวงดนตรีลูกทุ่ง  ได้ค่าแรงวันละ 40 บาท  กลายเป็นเศรษฐีและแม่ทัพนายกองของ   เวิร์คพอยท์  เอ็นเตอร์เทนเมนท์  ผลิตผลงานนานัปการจนเป็นที่ยอมรับของมหาชน  ทั้งยังเขียนหนังสือ  เขียนบทภาพยนตร์        แสดงหนัง    กำกับการแสดง  ทอร์คโชว์   สร้างภาพยนตร์ที่ทำเงินเกิน  100 ล้านบาททุกเรื่อง   ชีวิตจรงไม่ใช่อิงนิยายของผุ้ชายผู้นี้  มีปัญญาเป็นเรดาร์  มีตัวตนเป็นฟันเฟือง  คอยขับเคลื่อนประคองคุณภาพ

Recharge
บ้านสิงห์ท่า  คงทนในความเปลี่ยนแปลง

       ไม่กี่วันที่มาอยู่ที่บ้านสิงห์ท่า  ชุมชนแรกเริ่มอันแสนเก่าแก่เป็นร้อยปีของยโสธร  ผุ้คนที่นี่สอนให้ผมรู้จักความหมายของคำว่าสงบเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น 

       ไม่ได้พร่ำบอก  หากแต่ผ่านมาจากรอยยิ้ม อัธยาศัยอันอบอุ่น  และ ชีวิต จริงๆ  ที่พวกเขาเป็น  สิ่งเช่นนี้ยังมีอยู่จรง  ท่ามกลางโลกหมุนเร็วที่เคลื่อนปะทะเข้ามาตามกระแสคืนวัน   หากว่าโลกต้องขับเคลื่อนพัดพาทุกสิ่งกระทั่งแววตาของผู้หยัดยืนและเรียกแผ่นดินแห่งนั้นว่าบ้าน

Sport ฟุตบอลและการเดินทางของดวงดาวในหน้าร้อน

       เป็นเรื่องปกติสามัญครับที่พอฟุตบอลจบฤดูกาลทีไร  ข่าวหลุดลือต่างๆ  ของบรรดาพ่อค้าแข้งเลี่ยมทองฝังเพชรเหล่านั้นจะระเบิดออกมาไม่ต่างอะไรกับภูเขาที่พ่อนน้ำมูกสีแดงเหนียวๆ  ร้อนๆ ที่เรียกว่า ลาวา ออกมา  ด้วยเหตุผล อย่าง ป๋มไม่มีความสุสข , อิ่มตัว  อยากหาความท้าทายใหม่ , เหตุผลที่ถอดรหัสได้ว่า เงินความฝัน , งึกงึกงักงัก…

ทั้งหมดนี้ติดตามอ่านได้ใน Mix  July 2009

Leave a Comment :, , , , , , , , , , , , , more...

194 ตรื้ดๆ

เยือนอุบล ยลปากเซ วันที่สาม (3/3)

by chaomuang on ก.ค..15, 2009, under ท่องเที่ยว

cover3

 

     

 

ตลาดดาวเรือง ที่ปากเซ นครจำป่าสัก

วันที่สาม ตื่นเช้ามากๆ เพราะเจอรหัส 5,6,7 หันไปถามเพื่อนร่วมทาง ไกด์เค้าหมายถึงอะไร เพื่อนบอกว่า ก็ตื่นตีห้า กินข้าวหกโมง ล้อหมุนเจ็ดโมง                  อ๋ออออออ…….พอล้อหมุนก็พาไปแวะชมวิถีชาวบ้านที่ตลาดดาวเรือง   ตลาดดาวเรืองเป็นตลาดพื้นเมืองขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยปลา ผลไม้ มีอะไรๆที่ผมไม่เคยเห็นจริงๆ มากมายจริงๆ ชมภาพ 
 

วิไลพร ดิจิตอลแล๊ป

 

สบายดี ?

 

หนังควายเอาไปย่างไฟเคี้ยวกินเล่น

 

ขนมปังฝรั่ง ราคาเป็น 1000 เลย (กีบ)

 

ตลาดปลาสด มีแต่ขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น

 

มีทุกอย่าง ราคาไม่แพง

 

อ่ะ Deal หล่ะกัน

 

สบายดี เอาอะหยั่ง ?

 

ภูเขาพริก

 

ปลาแค้ ตัวละ3-5กิโลกรัม

 

ปลาคัง ขนาด 3-5 ก.ก.

 

ปลาเค้า ฟันถี่ ๆ

   

 

วัดพู ศาสนสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งที่ 2 ของประเทศลาว

จากนั้นต้องไปต่อ เดินทางสู่วัดพู อยู่ที่เมืองเก่าจำปาสัก ที่ตั้งของวัดพู ศาสนสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งที่ 2 ของประเทศลาว ในอดีตที่ตั้งของวัดพูเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกันคือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6-8 ถัดมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดใน พุทธศาสนานิกาย เถรวาท ชมภาพสลักการกวนเกษียรสมุทร และนางอัปสร ชมบ่อน้ำเที่ยงหรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์ ภาพสลัก ตรีมูรติขนาดเกือบเท่าคนจริงซึ่งหมายถึงเทพเจ้าทั้ง 3 องค์ผู้เป็นใหญ่สูงสุดในศาสนาฮินดูได้แก่ พระศิวะ พระนารายณ์ เชื่อม่ะ ไม่มีใครบอกเลยยยยยยยย ว่าต้องเดินขึ้นเขาด้วย สูงมากๆ แต่ผมก็อาศัยทำเนียน หยุดถ่ายรูป จริงๆแล้วเหนื่อยมาก ฮา ๆ ๆ 
 

ต้องข้ามน้ำของ หรือ น้ำโขง เพื่อไปวัดภู

 

ซื้อบ่ ๆ

 

จิ๊หล่อ หรือจิ้งหรีดบ้านเรา อาหารโปรตีนสูง

 

จิ๊หล่อ

 

ขนส่งลาว

 

แพ Ferry เล็ก

 

รถ 2 wheels drive (2x2)

 

แพเล็กนำไปก่อนไม่ต้องรอจนเต็ม

 

ขอถ่ายหน่อยนะ

 

อิ่มหรือยังลูก?..... แอ ๆ ๆ ๆ ยัง ๆ ๆ

 

รอคอย

 

วัดภู อยู่ตรงหน้า

 

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

เดี๋ยวเข้าไปดูกันใกล้ๆครับ

 

ทางเดินเข้าสู่วัด

ตัวโบราณสถานกำลังได้รับการบูรณะ

 

ลวดลายสวยงาม คงทนเป็นพันๆปี

 

องค์ด้านขวา

 

แนวทางอันสงบ

 

ดูไกลๆคิดว่าเป็นดินขุด แต่เป็นกำแพงศิลาแลง

 

ต้องเดินขึ้นเขาเพื่อไปชมตัวปราสาท

 

คนเดินลงยิ้ม(เห็นมาแล้ว) คนเดินขึ้นคิดหนัก (ขอสักตั้ง)

 

ต้องค่อยๆทีละขั้น

 

กำแพงศิลาแลง

 

ด้านหน้าปราสาท

 

หน้าตรง ปราสาท

 

ภายในปราสาท มีพระประธานตั้งแทนศิวลึงค์ เปลี่ยนตามยุคสมัย

 

ทรงช้างเอราวรรณ

 

รูปยักษ์...

 

ประตูด้านข้างปราสาท

 

พระประธาน ในปราสาท

 

แกะสลักได้อ่อนช้อยเหลือเกิน

 

งามหลาย

 

พระนารายณ์ทรงครุฑยุดนาค

 

นางอัสราที่ปราสาทวัดภู

 

อีกมุม งามหลาย

 

ศิวลึงค์

 

ตัวปราสาทด้านนอก

 

อีกมุม ...

มองจากตัวปราสาทไปด้านล่างเห็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

  

ล้มเย็นดีครับ

 

  

นางอัสราที่ปราสาทวัดภู

 

   
รายละเอียดของการเดินทางติดต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้ ได้เลยครับ- สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ โทร. 0 2270 1505-5
- สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย โทร. 0 929 0795-6
- สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย โทร. 0 2929 0795-6
- สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย โทร. 0 2998 0744

2 Comments :, , more...

456 ตรื้ดๆ

เยือนอุบล ยลปากเซ วันที่สอง (2/3)

by chaomuang on ก.ค..15, 2009, under ท่องเที่ยว

cover2

   
 วันที่สอง เรามุ่งหน้าสู่ด่านช่องเม็ก ข้ามชายแดนไปเที่ยวเมืองปากเซ  และข้ามโขงที่อยู่ทางดินแดนฝั่งลาวด้วยสะพานลาว – ญี่ปุ่น เป็นสะพานโขงแห่งใหม่สู่เมืองปากเซ  เมืองสำคัญของแขวงจำปาสัก และที่แน่นอนใครเคยดูภาพยนต์เรื่อง สบายดี หลวงพระบางหล่ะก็ ต้องรู้จักน้ำตกคอนพะเพ็ง  ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตแม่น้ำโขงตอนล่างก่อนจะไหลลงสู่ประเทศกัมพูชามีลักษณะต่างระดับกันสูงประมาณ 10 เมตร  ซึ่งจะมีชั้นของหินไม่สูงมากนัก แต่กระแสน้ำจำนวนมหาศาลหลายสายไหลบ่าถาโถมกระหนำลงมาจากชั้นหินราวกับจะถล่มทลายแก่งหินอย่างดุดันและเกรี้ยวกราดสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวจนได้รับคขนานนามว่าเป็น “ ไนแองการาแห่งเอเชีย”น้ำตกคอนพะเพ็งและน้ำตกหลีผี  เกิดจากแม่น้ำโขงทั้งสายไหลลงสู่เกาะแก่งแห่งนี้ กลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ  เมื่อประมาณร้อนปีก่อน ฝรั่งเศสเคยเอาระเบิดมาใส่ เพื่อทำลายเกาะแก่งเหล่านี้ เพื่อให้การเดินเรือสะดวกขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จ  ฝรั่งเศสจึงเปลี่ยนวิธีโดยการสร้างสะพานและรางรถไฟเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าจากทางเรือไปยังแผ่นดิน เป็นระยะทางกว่า10กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงแก่งดอนต่างๆที่มีอยู่หลายแห่งในบริเวณนี้ จนเรียกกันว่าสี่พันดอน หรือ4000 เกาะ  หลังจากผ่าน4000ดอนนี้ไปได้ก็จะสามารถแล่นเรือได้ปกติ ถ้าดูแผ่นที่จะเข้าใจมากยังขึ้น  

นั้งรอการตรวจคนเข้าเมือง ที่ด่านช่องเม็ก

รถรับจ้าง รุ่นเดอะ

ของแปลกๆ เยอะแยะ ทำเนียนมากๆ

มักกะโรนีผล!!! 5 5 5 มักรีผล ขายคู่ละ300บาท

หนทางอีกยาวไกล
ของแท้แน่นอน บรรทุกเต็มไปหมด

ระหว่างการเดินทาง

หน้าฝนน้ำเยอะ ทำนากันแทบจะทุกพื้นที่

 

น้ำตกคอนพะเพ็ง

นี่คือน้ำตกคอนพะเพ็ง

ถาโถม กระโจนแก่ง

มุมต่ำ

มหานที สี่พันดอน

มองต่างมุม

แตกกระเซ้น ฟุ้งขึ้นฟ้า

อีกหนึ่งมุม

หลี กับดักปลา

มุมกว้างน้ำตกในมุมแก่งเล็กๆ

เมื่อปลาหลงหลุดเข้ามาในหลี ก็จะถูกจับตามระเบียบ

น้องยุ้ย นั้งในมุมสงบ

ศาลาชมน้ำตก มีให้บริการนักท่องเที่ยว

กระเซ็น

รุ่นแรง...

น่าดูชม

แชะ ๆ ๆ

ภาพมุมสูง

ภาพมุมกว้าง

มุมนี้ที่อยู่ในหนังเรื่อง สบายดีหลวงพระบาง

ตูม!!!! น้ำกระจาย

   

 

4000dons

แผนที่บอกตำแหน่งของน้ำตกทั้งสอง

 

 

น้ำตกหลีผี

 ครึ่งบ่ายลุยต่อที่ น้ำตกหลี่ผี โดยออกเดินทางไปลงเรือ  ณ  ท่าเรือบ้านนากระสัง  ล่องเรือสู่เกาะดอนคอน ข้ามสะพานไปยังเกาะดอนเดช  ระหว่างทางชมซากหัวรถจักรไอน้ำ  ชมน้ำตกหลี่ผี แห่งมหานทีสี่พันดอน หลี่ เป็นภาษาลาว หมายถึงเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่งมีลักษณะ คล้ายลอบ ส่วนคำว่า ผี หมายถึง ศพคนตายซึ่งบริเวณนี้พบศพทหารลอยมาติดเป็นจำนวนมากช่วง สมัยสงครามอินโดจีน จากนั้นกลับปากเซ 

ตลาดท่าเรือบ้านนากระสัง

ตลาดท่าเรือบ้านนากระสัง

ตลาดท่าเรือบ้านนากระสัง

หนู...เป็นสัตว์เลี้ยงกร๊าบบบบ (หมู)

ท่าเรือบ้านนากระสัง

สบายๆ

มาส่งนักท่องเที่ยว ท่าเรือบ้านนากระสัง

ท่าเรือบ้านนากระสัง น้ำขึ้น

ฟ้าใส น้ำสวย เมฆงาม

GuestHoust เค้าว่าราคาถูกมากๆ

ท่าเรือของฝรั่งเสศ ที่ใช้ส่งสินค้าขึ้นรถไฟบนเกาะดอนเดช

ท่าเรือของฝรั่งเสศ ที่ใช้ส่งสินค้าขึ้นรถไฟบนเกาะดอนเดช

ขึ้นรถห้าแถวที่บ้านดอนเดช

ที่พักผ่อนของชาวบ้าน ชาวนา

เมืองไทยไม่ค่อยได้เห็นแบบนี้แล้ว

ถนนนี้อดีตเป็นรางรถไฟ

โรงเรียนนะเนี่ย น่ารักดี

น้ำดี แดดดี

ถึงแล้วสะพานรถไฟข้ามเกาะดอนเดชไปดอนคอน

ถึงแล้วสะพานรถไฟข้ามเกาะดอนเดชไปดอนคอน

ร้านอาหาร แสงอรุณ

ร้านนี้อร่อยมากครับ ใช้ถ่ายหนังเรื่อง สบายดี หลวงพระบางด้วย

เกสท์เฮาส์

ซากหัวรถจักร อยู่ใกล้ๆกัร้านอาหารแสงอรุณ

อิ่มท้องแล้วเดินทางต่อ

Shot แรกที่หลี่ผี

อืมม อย่างนี้นี่เอง

หลายระดับขั้น

อย่าได้คิดลงไปเล่นน้ำนะครับ

นี่คือหลี่ กับดักปลา ในอดีตเคยมีศพคนตายมาติดบ่อยๆ จึงเรียกว่า หลี่ผี

ดูซิครับ ...

มุมเปิด

ฝรั่งเสศเคยพยายามระเบิดเพื่อเปิดทางเดินเรือ

แต่ไม่สำเร็จ สุดท้านก็ใช้รถไฟแทนเรือในช่วง10กิโลเมตร

ซูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กระเซ็นซาด

 

รายละเอียดของการเดินทางติดต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้ ได้เลยครับ

- สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ โทร. 0 2270 1505-5
- สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย โทร. 0 929 0795-6
- สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย โทร. 0 2929 0795-6
- สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย โทร. 0 2998 0744

 

2 Comments :, , , , , , , , , , , , more...

1,021 ตรื้ดๆ

เยือนอุบลฯ ยลปากเซ วันที่หนึ่ง (1/3)

by chaomuang on ก.ค..15, 2009, under ท่องเที่ยว

     

 

เที่ยวอุบลฯ อีสานใต้ครั้งนี้ รู้สึกชิวๆ เหมือนเพลงเปิดรายการของ Nanacha ที่ร้องเพลง คิดถึงกันบ้างไหม โดยร้อง cover เพลงของ เจสัน ยัง สมัยละอ้อน เกือบ 15 ปีแล้ว  ฮา ๆ ๆ  มันจะเกี่ยวกันได้งัยเนี่ย หลายๆคนคงจะงง  


เรื่องมีอยู่ว่า การเดินทางผมเรานั้นเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ต้องไปสนามบินตั้งแต่ตี 4 เพื่อ Check In ก่อนเดินทาง 2 ชั่วโมง โดยเราเดินทางด้วย เครื่องของ TG 020 สายการบินแห่งชาติ
โดยเครื่องจะออกเดินทางไปอุบลฯ 06.00 น.  เที่ยวบินนี้ แอร์โฮสเตจ สวยน่ารักดีครับ  การบริการและการเอาใจใส่ ยินแย้มแจ่มใส คงเป็นเพราะไฟลท์แรกของวันระหว่างการเดินทาง อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าสวย เมื่อมองผ่านช่องหน้าต่างเครื่องบิน เราใช้เวลาเดินทาง 55 นาที รวดเร็วทันใจจริงๆครับ
 
มื้อแรกของเช้านี้ที่อุบลฯ แวะร้าน….  อยู่หน้าศาลากลางจังหวัดฯ มีอาหารหลายอย่าง ผมเลือก ไข่กะทะ กาแฟ และโจ๊กอุ่นๆ

มาอุบลฯ เมืองหลวงประดิษฐ์เทียนพรรษา  ต้องแวะไปดูไปชมกันสักหน่อย เราเริ่มออกเดินทางไปยังวัดต่าง ๆ 
ที่มีการประดิษฐ์เทียนพรรษา ในรูปแบบต่าง ๆ  ดังนี้
          
 ประเภทเทียนโบราณ : วัดบ้านนาเมือง  เป็นวัดที่ยังคงอนุรักษ์ การทำเทียนแบบโบราณ
 

ต้มเทียนเก่า และนำมาล้าง-กรอง

 

ล้างเทียนจนสะอาด

ผึ่งเทียนให้แห้ง เพื่อนำเทียนมาทำซ้ำ

วิธีธรรมชาติ โดยใช้ไม้ไผ่เป็นแม่พิมพ์ ดั่งโบราณวิถี

นี่คือเทียนที่ได้จากการหล่อได้พิมพ์ธรรมชาติ (ไม้ไผ่)

โบสถ์กลางน้ำ งามสง่า

 

ประเภทติดพิมพ์ :  วัดบูรพาราม

ละเอียดละออ ติดทีละแผ่นจนเต็มแผงปีกกินรี

ถึงจะเป็นเทียนพิมพ์แต่ก็ไม่ง่าย ต้องใช้เวลา ในการตัดส่วนเกิน

 

นายช่าง บรรจงติดแต่ง

 

งามสง่าดั่งเทวดาอันล้ำวิจิตร

บรรจง... ใจเย็น...

แท่งเทียนพรรษา ที่ตบแต่งด้วยแผ่นเทียน

พร้อมแสดงแล้วสำหรับกินรีตนนี้

 ประเภทแกะสลัก :  วัดศรีอุบลรัตนาราม

งานแกะสลัก ต้องใช้ช่างฝีมือ ที่ชำนาญสูง

นี้เป็นลายแกะสลักที่มีความปราณีตสูงมาก

นายช่างใหญ่

ทุ่มแรงกาย แรงใจ

  # # # # # # # # # #        เดินทางกันต่อ        # # # # # # # # # #

ใช้เวลาครึ่งเช้าอย่างได้ประโยชน์ ครึ่งบ่ายก็ได้เวลาแห่งการพจญภัย  ตัดตรงเข้ากลางลำน้ำมูล ณ เขื่อนปากมูล  น้ำมีไม่มาก ประตูเขื่อนยกเปิดเต็มที่  มีการทำประมงที่หัวเขื่อนและท้ายเขื่อน  แม่น้ำมูลนี้จะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม จนทำให้เป็นแม่น้ำสองสี ที่โขงเจียม

เขื่อนปากมูล

ชาวบ้านหาเลี้ยงชีพด้วยการทำประมง หน้าเขื่อน

ชาวบ้านหาเลี้ยงชีพด้วยการทำประมง หน้าเขื่อน

ชาวบ้านหาเลี้ยงชีพด้วยการทำประมง หน้าเขื่อน

 

น้ำตกลงรู

ชม UNSEEN  THAILAND น้ำตกแสงจันทร์  (น้ำตกลงรู)  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งเกิดจากธารน้ำวนบนลานหินทราย ก่อเกิดหลุมกุมภลักษณ์ ( Pot Hole) ทำให้เพดานถ้ำทะลุจนน้ำไหลลอดลงมา คล้ายแสงของพระจันทร์น้ำตกแสงจันทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งนาเมือง  ตำบลนาโพธิ์กลาง  อำเภอโขงเจียม  จังหวัดอุบลราชธานี  จาก อ.โขงเจียม ใช้ทางหลวงหมายเลข 2134 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2112 ที่มุ่งสู่ อ.เขมราฐ ระหว่างทางจะผ่านน้ำตกแสงจันทร์ หรือน้ำตกลงรูที่ต้องแยกขวาเข้าไปอีกเล็กน้อย บริเวณรูทีน้ำไหลนั้นมีอันตรายนะครับ อย่าไปชะโงกดูเล่น อาจเสียชีวิต ต ต ต ….   

จุดพื้นทะลุ อันตราย ตกไปถึงชีวิต

บริเวณชั้นบนของน้ำตกแสงจันทร์

น้ำตกลงรู

น้ำตกลงรู

น้ำตกลงรู ในอีกมุม

เริ่มมีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ

หนุ่มน้อยคนนี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เขาประทับใจเมืองไทยมาก

  # # # # # # # # # #        การผจญภัยยังไม่จบครับ ไปกันต่อ        # # # # # # # # # #

มีใครเคยดูโฆษณาที่พี่เบร์ดเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ททท. ไหมครับ ที่ตอนก่อนจบพี่เบิร์ดยืนอยู่ริมน้ำกับหลุมๆบ่อๆ คล้ายๆ แกรนด์ แคนยอน ที่นั้นคือ สามพันโบกครับ เราเดินทางไปลงเรือที่ท่าเรือที่หาดสลึง ลงเรือหางยาว (มีหลังคาพร้อมชูชีพ) เพื่อล่องเรือชมทิวทัศน์และแหล่งท่องเที่ยว ริมแม่น้ำโขง อาทิ เช่น ปากบ้อง (ส่วนที่แคบสุดของน้ำโขงในประเทศไทย กว้าง 56 เมตร)หาดสลึง หาดหงส์เนินทรายขนาดใหญ่ริมน้ำโขง แต่วันนี้น้ำเยอะเลยไม่เห็นเนินทรายครับ  สามพันโบก เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่ของ จ.อุบลราชธานี สัมผัสความ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใน  “โครงการ 12  เดือน  7  ดาว  9  ตะวัน”   “สามพันโบก” ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (ประมาณเดือนมกราคม – เมษายน) ทั้งนี้ ที่เรียกว่า “สามพันโบก” เพราะบนแก่งหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง (คำว่า “โบก” เป็นภาษาลาว แปลว่า “แอ่ง”) จึงเรียกที่นี่ว่า สามพันโบก 

ตามป้ายครับ ท่าเรือหาดสลึง เราล่องเรือชมวิวน้ำโขง

ค่อยๆลงครับ สูงมาก

น้ำไหลแรงมาก

มีถึงแล้ว สามพันโบก

ฟ้าใส น้ำสวย หินงาม

ด้วยพลังธรรมชาติ ยกรากไม้ที่หนักเกือบตันได้ สบายๆ

Close Up ชัดตื่น

โบก เยอะแยะ นี้ขนาดน้ำขึ้นยังสวยแบบแปลก

นี้ก็โบก

นี้ก็โบก 5 5 5

โบกนี้ก็เลือกมาให้

ชีวิตน้อยๆกลางโบก

ผมเรียกว่าโบกกระจกเงา

โบกนี้ก็ซับซ้อนเหมือนกัน

อืม.... นี้ก็โบกทะลุ

มุมกว้าง

เงาสะท้อน น้องกล้วย เดอะแก๊งค์ในก๊วนเดียวกัน

หนูขอชิวๆ คนเดียว

พี่ปลา .. ขอเวลาเป็นส่วนตัวบ้างนะ

สงบ...

สิ่งสะท้อน

ล่วง

ลอบคอ เย็นฉ่ำ เอามือถือออกจากกระเป๋าหรือยังอ่ะ!!!

เตรียมลา

เรือที่มาส่งเรา กำลังรอเรากลับ แต่เรายังไม่กลับ

กระโจน

ล่องน้ำตื่นๆ

น้องกล้วย สาวน้อยของแก๊งค์

 

โบกงาม อ่างแอ่ง

สิ่งที่รอคอยเริ่มปรากฏ แสงยามเย็นนั้นเอง

ว้าว สามพันโบก

แสงทอง ของวัน สามพันโบก

แสงทองสาดส่อง

แสงแฟลเข้าเลน

ต๋อม วงน้ำแตกกระจาย

 

เรือรอนานจนฟ้าเกือยหมดแสง

นำล่อง เมื่อหมดแสง ล่องน้ำจะมองยากมากขึ้น ต้องมีคนนำล่อง

พา FotoFile มาเที่ยวด้วย

 

คืนนี้นอนที่นี่ครับ ณ บ้านริมโขงรีสอร์ท

 

รายละเอียดของการเดินทางติดต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้ ได้เลยครับ
- สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ โทร. 0 2270 1505-5
- สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย โทร. 0 929 0795-6
- สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย โทร. 0 2929 0795-6
- สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย โทร. 0 2998 0744

 

4 Comments :, , , , , , , , , , , , , , , , , more...

4 ตรื้ดๆ

ทุ่งดอกกระเจียว

by chaomuang on ก.ค..13, 2009, under ท่องเที่ยว

 
       ในช่วงเข้าพรรษา หน้าฝนแบบนี้ เป็นเวลาดอกกระเจียวสีชมพูบานเต็มลานหินที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ยิ่งยามเช้าที่มีสายหมอกบางเบา และลมเย็นโชยมาเอื่อยๆ บนสะพานที่ทอดผ่านทุ่งกระเจียว เป็นระยะทางกว่าหนึ่งกิโลเมตร สะพานเดินสบายมาก เพื่อที่จะได้ไม่ลงไปเหยียบย่ำหัวดอกกระเจียวที่ยังไม่แทงยอดขึ้นมา
 
       ส่วนทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งไม่ห่างมากนัก จะพบกับ ลานหินงาม แท่งหินรูปทรงแปลกตา ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เกิดจากการกัดเซาะเนื้อดินและหินหลุดออกไป นานวันเข้าจึงเกิดโขดหินที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกัน บ้างคล้ายปราสาทโบราณ เรดาห์ และสัตว์ต่างๆ ตามแต่จะจินตนาการ มองดูสวยงามอย่างอัศจรรย์       หลังจากที่เดินชมดอกกระเจียว และลานหินงามแล้ว เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในด้านธรณีวิทยา กับพิพิธภัณฑ์ป่าหินงาม ภายใน อาคารพิพิธภัณฑ์ป่าหินงามโดยมีการจัดแสดงตัวอย่างหิน แร่ หากหลายชนิด หลายประเภท นอกจากนั้นยังมีทั้งฟอสซิล และโครงกระดูกไดโนเสาร์จำลองขนาดเท่าของจริง ที่ขุดพบในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เข้าชมเป็นอย่างยิ่ง 


       ช่วงฝนที่เพิ่งเริ่มจะโปรยปรายนี้ รีบมาชมความงามตระการตา ดอกสีชมพูอมม่วงที่ดารดาษไปทั่วทั้งทุ่ง ตัดกับสีเขียวขจีของหญ้าเพ็กและโขดหิน ที่ทุ่งดอกกระเจียวอุทยานแห่งชาติ ป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิกัน กันเถอะค่ะ

สถานที่ติดต่อ  : อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตู้ ปณ.1 ปทจ. เทพสถิต อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ 36230
โทรศัพท์ 0 4489 0105 โทรสาร 0 4489 0105   E-mail : reserve@dnp.go.th ; hinngam07_np@yahoo.com

 
   
   
   
   
   
   
   
   
Leave a Comment :, , , more...

1,038 ตรื้ดๆ

วัดดอนธาตุ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล อยู่บนเกาะกลางแม่น้ำมูล อุบลราชธานี

by chaomuang on ก.ค..11, 2009, under ท่องเที่ยว

หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล แห่งวัดดอนธาตุ วัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของ แก่งสะพือ วัดดอนธาตุนี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำมูลอยู่ระหว่าง บ้านทรายมูล และ บ้านคันไร่ เกาะดอนธาตุนี้ มีเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ วัดดอนธาตุ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี  

ชม VTR คลิ้กที่ TV ด้านล่างครับ

 

เทียวอีสานใต้วันนี้ ผมได้ยินพ่อเฒ่าแม่แก่ในตัวเมืองอุบลฯ เล่าถึงหลวงปู่เสาร์ ที่ วัดดอนธาตุ อ. พิบูลมังสาหาร จ. อุบลราชธานี ว่าท่านเป็นผู้ที่มีความน่าเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติธรรม ศีลภาวนา กรรมฐาน  เพื่อนๆอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ ที่ผมพามาเที่ยววัดอีกแล้ว  ถ้าใครที่ไม่ค่อยทำบุญหรือเข้าวัด    เมื่อมีโอกาสได้ออกเที่ยว ก็อยากให้แวะเที่ยววัดบ้างสักวัดในระหว่างการเดินทางก็จะดียิ่ง  
ผมจึงตัดสินใจพาเพื่อนๆยกแก๊งค์ แวะมากราบสักการะ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว อย่างน้อยๆ ช่วงเวลาที่ได้เยือนอยู่ที่เกาะกลางน้ำนี้ เกิดสมาธิครับ เสียงจักจั่น เรไร และบรรยากาศที่ร่มเย็น  ทำให้รู้สึกถูกตัดออกจากโลกภายนอก  
 
ต้องลงเรือเพื่อข้ามไปยัง วัดดอนธาตุ ซึ่งเป็นเกาะกลางลำน้ำมูล เป็นสถานที่ที่หลวงปู่เสาร์เคยมาปฏิบัติธรรม ปัจจุบันยังหลงเหลือร่องรอย เช่น แท่นหินที่หลวงปู่เคยนั่งวิปัสสนา และเครื่องอัฐบริขารที่เก็บรักษาไว้ในเจดีย์
วัดดอนธาตุ ยังมี เวชนียสถาน และ อัฐบริขาร ของหลวงปู่เสาร์ หลงเหลือให้ชมและศึกษาอยู่ เช่น
- กุฎิไม้ เล็กๆ ที่ พระอาจาย์เสาร์ กันตสีโล เคยอยู่จำพรรษา มีขนาดห้อง 2.50×4.00 ตารางเมตร ยกใต้ถุนสูง 1.20 เมตร
- แท่นหินนั่งสมาธิ
- เจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระอาจารย์ เสาร์ กันตสีโล ขนาด ฐานเจดีย์ 16×16 เมตร ความสูงถึงยอดฉัตร 33 เมตรกุฏิ เป็นกุฏิ
หากมีเที่ยวเมืองอุบลแล้วอย่าลืมแวะมีสักการะ ท่านพระอาจารย์เสาร์นะครับ

เที่ยวอุบลครึกครืน เศษรฐกิจไทย คึกคัก

ต้องลงเรือข้ามฝากเท่านั้น

เรือขุดลำนี้ แข็งแรง รับน้ำหนักได้มากคน

ลำที่เรามากัน

นี่แหละครับ ป้ายวัด สมถะจริงๆ

กุฏิหลวงปู่เสาร์ เดิมทีท่านจำวัดที่นี่

รูปหล่อเหมือนหลวงปู่เสาร์

ควันธรรม

ที่นั่งปฏิบัติกรรมฐานของหลวงปู่เสาร์

เจดีย์พิพิธภัณฑ์

เจดีย์พิพิธภัณฑ์

ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์

รูปหล่อเหมือน ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์

พระอัฐิธาตุของหลวงปู่เสาร์

ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ นักแสวงบุญ (ผู้เผยแพร่)

วัดดอนธาตุ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล วัดดอนธาตุ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของ แก่งสะพือ อยู่ห่างไปประมาณ 6 กิโลเมตร วัดดอนธาตุ นี้ตั้งอยู่บนเกาะ กลางแม่น้ำมูล ระหว่าง บ้านทรายมูล และ บ้านคันไร่ เกาะดอนธาตุ มีเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่-เมื่อปี พ. ศ. 2480 หลวงปู่เสาร์ (พระครู วิเวก พุทธกิจ) และท่านพระอาจารย์ ดี ฉันโน ได้จาริกมาปักกลดกรรมฐานหาที่ดินเหมาะสมก่อสร้าง วัดวิปัสสนากรรมฐานฝ่ายธรรมยุตินิกาย และได้ก่อสร้าง วัดภูเขาแก้ว ขึ้นเป็นรูปร่าง
-ในปี พ.ศ. 2481พ.ศ. 2490 พระปู่แย จาก วัดบูรพาอุบล มาจำพรรษา 1 ปี พ.ศ.
-ในปี พ.ศ. 2491 ท่านพระปู่แดง จากวัดบูรพามาดูแลรักษา
-ในปี พ.ศ. 2492 ท่านพระอาจารย์ เหลียว ได้ อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ดูแลรักษาวัดนาน 11 ปี
-หลังจากปี พ.ศ. 2509 วัดนี้ไม่มี พระภิกษุเข้าจำพรรษาระยะหนึ่ง แม้ว่าจะขาดพระภิกษุจำพรรษาแต่ว่ามีผู้เป็นสตรีเพศ ดูแลรักษาศาสนสมบัติแห่งนี้อยู่ 2 ท่าน คือแม่ชี พัน และ แม่ชี ปลาวัดดอนธาตุได้ รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 143 วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2525 ณ ปัจจุบัน วัดดอนธาตุ ยังมี เวชนียสถาน และ อัฐบริขาร ของหลวงปู่เสาร์ ยังหลงเหลืออยู่ เช่น กุฎิ แท่นหินนั่งสมาธิ เจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระอาจารย์ เสาร์ กันตสีโล ขนาด ฐานเจดีย์ 16×16 เมตร ความสูงถึงยอดฉัตร 33 เมตรกุฏิที่ พระอาจาย์เสาร์ กันตสีโล เคยอยู่จำพรรษา เป็นกุฏิไม้เล็กๆขนาดห้อง 2.50×4.00 ตารางเมตร ยกใต้ถุนสูง 1.20 เมตร
wat-don-tart_17 wat-don-tart_18
sao06พระอาจารย์เสาร์ มรณภาพ เมื่อออกพรรษา    ทุกปี พระอาจารย์เสาร์จะพาออก ธุดงค์ลงไปทางใต้ นครจำปาศักดิ์ หลี่ผี ปากเซ ฝั่งประเทศลาว แล้วก็ย้อนกลับมาจำพรรษาที่วัดดอนธาตุอีกทุกปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2483 มีอยู่วันหนึ่งตอนบ่าย พระอาจารย์เสาร์ นั่งสมาธิอยู่ใต้โคนต้นยางใหญ่ พอดีขณะนั้นมีเหยี่ยวตัวหนึ่งได้บินโฉบไปโฉบมา โฉบเอารังผึ้งซึ่งอยู่บนต้นไม้ที่พระอาจารย์เสาร์นั่งอยู่ ผึ้งได้รุมกัดต่อยนพระอาจารย์เสาร์ หลายตัว จนท่านถึงกับต้องเข้าไปในมุ้งกลด พวกมันจึงพากันบินหนีไป ตั้งแต่นั้นมา พระอาจารย์เสาร์ก็ได้อาพาธมาโดยตลอด พอออกพรรษาแล้ว พระอาจารย์เสาร์ได้ ไปวิเวิกทางด้านปากเซ หลี่ผี จำปาศักดิ์ แต่ไปคราวนี้พระอาจารย์เสาร์ป่วยหนัก ท่านจึงสั่งให้หลวงปู่บัวพาและคณะศิษย์นำท่านกลับมาที่วัดอำมาตย์ นครจำปาศักดิ์ประเทศลาว โดยมาทางเรือ ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ท่านนนอนบนแคร่ในเรือประทุนพระอาจารย์เสาร์ หลับตามนิ่งมาตลอด เพราะตอนนั้นท่านกำลังอาพาธหนัก อันเกิดจากผึ้งที่ได้ต่อยท่านตอนที่จำพรรษาที่วัดดอนธาตุ เมื่อถึงนครจำปาศักดิ์แล้ว ท่านลืมตามขึ้นพูดว่า ” ถึงแล้วใช่ใหม่ ให้นำเราไปยังอุโบสถเลย เพราะเราจะไปตายที่นั่น”หลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส จึงได้นำพระอาจารย์เสาร์เข้าไปในอุโบสถ แล้วพระอาจารย์เสาร์สั่ง ให้เอาผ้าสังฆาฏิมาใส่ แล้วเตรียมตัวเข้านั่งสมาธิ ท่านกราบพระ 3 ครั้ง พอกราบครั้งที่ 3ท่านนิ่งงันโดยไม่ขยับเขยื้อน ท่านมรณภาพในอิริยาบถนั่งกราบ ข่าวการมรณภาพ ก็แพร่กระจายไปเรื่อยๆ ชาวนครจำปาศักดิ์ ขอทำบุญอยู่ 3 วัน เพื่อบูชาคุณขององค์พระอาจารย์เสาร์ อยู่ 3 วัน พอวันที่ 4 บรรดาพระเถระ ญาติโยมชาวอุบลฯ จึงได้มาอัญเชิญศพของพระอาจารย์เสาร์ไปวัดบูรพาราม จังหวัดอุบลฯ ปีที่พระอาจารย์เสาร์ มรณภาพคือ ปี พ.ศ. 2484 (วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2484 รวมอายุ 82 ปี 3 เดือน 1 วัน)ออกพรรษาแล้ว ปี พ.ศ. 2486 จึงได้จัดพิธีถวายเพลิงศพของพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ในงานนี้ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้มาเป็นประธาน แต่ผุ้ดำเนินงานคือ พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ในวันถวายเพลิงศพ นอกจากศพของพระอาจารย์เสาร์แล้ว ยังมีพระเถระผู้ใหญ่อีก 3 รูป ที่มีการฌาปนกิจในวันเดียวกัน คือ1. ท่านเจ้าคุณ พระศาสนดิลก (เสน ชิตเสโน)
2. พระมหารัฐ รฏฺฐปาโล
3. พระครูวิโรจน์รัตโนบล (บุญรอด นนฺตโร) และ
4.
พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล (หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)       
      

 

ประวัติพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล (หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)
หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล นามเดิม เสาร์ เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 ที่บ้านข่าโคม ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี (ประวัติเกี่ยวกับบิดา-มารดาไม่มีบันทึกไว้)การศึกษาได้ศึกษาอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน้อย และหนังสือไทยด้วย อุปสมบทที่วัดใต้ ต่อมาภายหลังท่านได้ญัตติเป็นพระฝ่ายธรรมยุต ที่วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมี พระครูฑา โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจารย์
sao03เมื่อจุลศักราช 1210 (พ.ศ. 2391 ) ปีวอก เอกศก เดือน สิบสอง ขึ้น 10 ค่ำ วันพฤหัสบดี หลวงพ่อทิพย์ เสนา ฉายา ทิพพเสโน นามสกุล แท่นทิพย์ ได้ก่อตั้งวัดเลียบ เดิมเป็นสำนักสงฆ์(สำนักวิปัสสนา) เมื่อหลวงพ่อทิพย์เสนาได้มรณภาพลงเป็นเหตุให้สำนักสงฆ์(สำนักวิปัสสนา) ตั้งไว้ 44 ปี วัดเลียบจึงเป็นวัดร้าง จนมาถึงจุลศักราช 1254 (พ.ศ.2435 ) พระอาจารย์เสาร์ ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดเลียบ เมื่อวันอังคาร เดือน เมษายน ขึ้น 1 ค่ำปีมะเส็ง ท่านได้บุกเบิกเสริมสร้างวัดเลียบ พระอาจารย์เสาร์ พร้อมด้วย พระอุบลการประชานิจ (บุญชู) และพระสุรพล ชยากร (อุ่น) ได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุ มีศาลาการเปรียญ และพระอาจารย์เสารท่านได้ลงมือก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน หน้าตักกว้าง 2.50 เมตร สูงจากฐานถึงยอดเกศ 3 เมตร ปัจจุบันประดิษฐานภายในอุโบสถวัดเลียบ มีพระนามว่า “พระพุทธจอมเมือง” พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ได้ก่อสร้างอุโบสถขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ก่อสร้างด้วยไม้ มีเฉลียงโดย รอบ หลังคามุงสังกะสีมีความกว้าง 8 เมตร ความยาว 12 เมตร เมื่อ พ.ศ. 2439 พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล พร้อมด้วยท่ายสิทธิสารและเพี้ยเมืองจัน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ตามพระราชโองการที่ 84/303 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ร.ศ. 115 ตรงกับปีที่ 29 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 และได้ผูกพัทธสีมา เมื่อพุทธศักราช 2445 เป็นเวลา 10 ปี ที่พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้บุกเบิกสำนักวัดเลียบ และท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ พระอาจารย์เสาร์ ท่านเป็นพระสงฆ์ฝ่ายผู้อาวุโส และเป็นบุคคลที่พูดน้อย ท่านไม่ค่อยจะคลุกคลีกับหมู่คณะเป็นที่ยำเกรงของทุกคนจึงทำให้ขาดการเรียบ เรียงไป พระอาจารย์ กันตสีโล เป็นพระที่สงบเสงี่ยม กิริยามารยาทอ่อนน้อมสุขุมพูดน้อย จิตใจมีแต่ความเมตตา
อยู่ป่าดงดีกว่า พระอาจารย์ผู้สอนกรรมฐานให้แก่พระอาจารย์เสาร์ ไม่ปรากฎนามในประวัติท่าน แต่ได้ปฏิบัติภาวนาได้ไม่นาน ทำให้พระอาจารย์ เสาร์ หัน มาสนใจในการปฏิบัติอย่างมาก เพราะการปฏิบัติสมาธิดภาวนาเป็นชื่อแห่งความเพียร ที่นักปฏิบัติทั้งหลายในบวรพระพุทธศานาได้ถือเป็นข้อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นอย่างยิ่งซึ่งไม่มีข้อปฏิบัติอื่นดียิ่งกว่าพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล มีความรู้ความเข้าใจขึ้นโดยลำดับแห่งองค์ภาวนา ก็ยิ่งมีความชอบมีความพอใจเป็นพิเศษ ต่อมาท่านมีความคิดอยู่ว่า การที่ท่านปฏิบัติภาวนา อยู่นี้ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ทางที่ดีควรออกไปอยู่ป่าดงหาสถานาที่สงบระงับจากผู้คนพลุกพล่าน จิตใจคงจะสงบลงได้ยิ่งกว่านี้เป็นแน่ ดังนั้นท่านได้ออกธุดงค์มุ่งสู่ป่าทันทีในวันรุ่งขึ้น ความปรารถนาของพระอาจารย์เสาร์ ในการออกป่าดงเพื่อภาวนาและพิจารณาสมาธิธรรมในครั้งนี้ ถ้าแม้เป็นไปจริงดังคำตั้งใจแล้ว เมื่อกลับเข้ามาสู่วัดท่านจะนำความรู้ที่เกิดจากจิตใจเหล่านั้นมาเผยแพร่ฝึก สอนลูกศิษย์ลูกหาที่หวังความพ้นทุกข์อีกต่อไป
สำนักวัดเลียบ
ภายหลังที่ท่านพระอาจารย์ เสาร์ กนฺตสีโล ไปอยู่ดงอยู่ป่า เป็นเวลาอันควรแล้ว ท่านได้กลับออกมาและเปิดสำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดเลียบ อำเภอเมืองอุบลฯ เมื่อ พ.ศ. 2435 ในชีวิตพระอาจารย์เสาร์ ท่านได้ฝากจิตใจไว้กับพระพุทธเจ้ามาโดยตลอด ท่านพยายามรวบรวมเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งชื่อว่า “จตุรารักข์ ” เป็นหนังสือที่พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้บรรจงแต่งไว้เพื่อพวกเรา ที่เป็นพุทธบริษัทควรได้ศึกษา โดยท่านได้แสดงไว้ดังนี้
1. ให้มนุษย์เราทุกคนรู้จักระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คือให้เจริญ พุทธานุสสติ2. ให้มนุษย์เราทุกคน เมื่อเกิดมาแล้วเข้าใจตนเองว่านับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จงให้เจริญเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา เป็นนุสติ3. ให้มนุษย์เราทุกคน จงรู้ว่าเมื่อเกิดมาแล้วจงรู้กฎของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่ได้ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึง ให้เจริญความไม่เที่ยง มีความทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนของเรา ฉะนั้นจงเจริญอสุภานุสติ4. มนุษย์เราทุกคน จงพิจารณากองทุกข์นับตั้งแต่เกิดมาจนวาระสุดท้าย คือ ความตาย เพราะเราหนีความตายไปไม่ได้จงให้เจริญมรณานุสติท่านได้ย้ำไว้ในหนังสืออีกว่า ” เรื่องของกรรมคนเรานี้ ย่อมมีกรรมเป็นของๆตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป เมื่อยังมีชีวิตอยู่กรรมนั้นจักเป็นทายาท ให้เราได้รับผลของกรรมนั้นสืบต่อๆไป ” นี่เป็นความหมายที่ท่านพระอาจารย์เสาร์ กล่าวเป็นนัยสืบมา
ภายหลังที่ท่านได้เปิดสำนักปฏิบัติธรรมที่วัดเลียบ อำเภอเมืองอุบลฯ ได้ไม่นาน โคมทองแห่งพระพุทธศาสนาได้ถูกจุดขึ้น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมาวัดเลียบ อำเภอเมืองอุบลฯ โดยมีพระอริยกวี (อ่อน) เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุ้ย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังจากนั้นได้ถวายตัวเป็นศิษย์ และได้อยู่จำพรรษากับพระอาจารย์เสาร์ ได้นำอุบายอันควรให้พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต น้อมนำจิตใจ บังเกิดความสงบ คือ พุท-โธ และคำบริกรรมนี้ตรงกับจริตของพระอาจารย์มั่นยิ่งนัก ท่านได้ถือเป็นนิสัยที่ชอบกว่าบรรดาบทธรรมอื่นๆและได้บังเกิดความสงบทางจิต ของลูกศิษย์ผู้บวชใหม่นี้
เมื่อออกพรรษา พระอาจารย์เสาร์ ท่านออกธุดงค์ ไปกับพระอาจารย์มั่น ซึ่งสมัยที่ท่านออกบำเพ็ญภาวนาในครั้งนั้น โดยส่วนมาก ไม่ค่อยจะมีใครกระทำหรือปฏิบัติกันเลย เมื่อชาวบ้านเห็นพระธุดงค์ก็จะพากันหวาดกลัวเพราะไม่เคยเห็น จะพากันวิ่งเข้าป่าเข้าบ้านกันหมด เพราะในสมัยนั้นไม่เคยมีหรือปรากฎขึ้นในวงการของสงฆ์และไม่เคยได้ศึกษาในพระ วินัยที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา พระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น ก็มิได้ตำหนิชาวบ้าน ท่านเข้าใจดีท่านจะมีแต่ความเมตตาสงสารเท่านั้น ท่านพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ท่านเป็นพระมุ่งปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียว ไม่เคยสนใจเรื่องภายนอกท่านเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีคนรู้จักนับถือมากก็จริง อยู่แต่การงานต่างๆที่จะให้ท่านเป็นผู้ดำเนินงานนั้นท่านไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะท่านถือว่าทางโลกธรรมแล้ว ถ้าเรายังต้องเกาะเกี่ยวอยู่เสมอๆแล้ว จะทำให้ทางด้านปฏิบัติของท่านไม่ก้าวหน้า
ปฏิปทาเดิมของพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล นั้น ท่านปรารถนาพระปัจเจกพุทธเจ้า เวลาออกบำเพ็ญเร่งเพียรเข้ามากๆใจรู้สึกประวัดๆถึงความปรารถนาเดิม เพื่อความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเวลาออกเป็นเชิงอาลัยเสียดาย ยังไม่อยากไปพระนิพพาน ท่านเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อความเพียร เพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบัน ท่านเลยอธิฐาน ของดจากความปรารถนานั้นและขอประมวลมาเพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาติ ปัจจุบันไม่ขอเกิดมารับทุกข์ทรมานในภพชาติต่างๆต่อไป 
ในปี พ.ศ. 2458 พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ได้ออกธุดงค์บุกป่าฝ่าดงดิบมาอยู่จำพรรษาที่ถ้ำภูผากูด อำเภอคำชะอี (ปัจจุบันจ.มุกดาหาร) สภาพป่าโดยรอบๆบริเวณภูเขาอันเป็นถ้ำแห่ง่หนึ่งเป็นภูมิประเทศที่เป็นป่าไม้ เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้มะค่า แต่ะไม่เป็นดงทึบเเหมือนดงอื่นๆ ณ สถานที่แห่งนี้ท่านได้อยู่นานถึง 5 ปีเต็ม เพื่อเจริญภาวนา ท่ามกลางสัตว์ป่า เมื่อพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้พยายามพิจารณากาย เจริญทุกวัน พอจวนจะถึงกาลปวารณาออกพรรษา ท่านก็ได้ทราบชัดถึงความจริงทุกประการ ท่านจึงได้บอกให้พระอาจารย์มั่นทราบว่าเราได้เลิกการปรารถนา พระปัจเจกโพธิแล้ว และเราก็ได้เห็นธรรมตามความเป็นจริงแล้ว เมื่อพระอาจารย์มั่นได้ยินดังนั้นแล้ว ก็เกิดปิติยิ่งนักและได้ทราบในวาระจิตว่า พระอาจารย์ค้นพบทางวิมุตติแน่แล้ว
ในอัตตภาพนี้ ในระยะนั้นพระอาจารย์มั่น ได้พรรษา 26 ท่านได้ปฏิบัติท่านพระอาจารย์เสาร์เหมือนกับท่านเป็นพระใหม่ คือปฏิบัติตั้งแต่การล้างบาตร ซักจีวร ปู่ที่นอน ตักน้ำถวายสรง ถูหลังทุกประการ แม้พระอาจารย์เสาร์ ท่านจะห้ามไม่ให้ทา แต่ท่านก็ปฏิบัติได้โดยมิได้มีอาการแข็งกระด้างแต่ประการใด หลังจากได้อยู่จำพรรษาที่ถ้ำผากูด ได้ 5 พรรษาแล้ว ท่านก็ได้ออกไปพักจำพรรษาในที่ต่างๆ ซึ่งไปๆมาๆ ในเขตท้องที่อำเภอมุกดาหาร และอำเภอคำชะอี หลังจากออกพรรษา ในปี 2469 พระอาจารย์เสาร์ ได้ออกธุดงค์ไปพักกับพระอาจารย์มั่น และได้ปรึกษาที่จะจัดวางระเบียบในการเดินธุดงค์อยู่เสนาสนะป่า
เมื่อพระบุพพาจารย์ทั้งสองท่านตกลงกันแล้ว ท่านได้เรียกประชุมคณะศิษย์ทุกองค์มารรวมกันที่บ้านโนนแดง พระอาจารย์เสาร์ได้วางระเบียบ ในการปฏิบัติเพื่อให้คณะศิษย์ของท่านทุกองค์นำไปปฏิบัติให้เป็นระเบียบเดียว กัน ระเบียบการอุบายต่างๆ ลูกศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติจนทุกวันนี้
ในสมัยที่หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พักอยู่วัดบูรพา อำเภอเมืองอุบลราชธานี และได้จัดการสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นหลายสำนักคือ สำนักสงฆ์ วัดภูเขาแก้ว ,สังนักสงฆ์ดอนธาตุ , สำนักสงฆ์วัดป่าบ้านสวนงัว, สำนักสงฆ์วัดบ้านเหล่าเสือโก้ก (วัดป่าสามัคคีชัย) , สำนักสงฆ์วัดป่าท่าหัวดอน ,สำนักสงฆ์วัดป่าดอนหอธรรม..

## อนุโมทนา สาธุ ##

3 Comments :, , , , , more...

181 ตรื้ดๆ

พิธีเปิด“นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) พัทยาใต้”

by chaomuang on ก.ค..10, 2009, under Delicious, Entertainments, ท่องเที่ยว, สถานที่

 

วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๑๙.๐๐ น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดโครงการ “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) พัทยาใต้” ภายในโครงการพัทยาซิตี้วอล์ค พัทยาใต้ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกเมืองพัทยา และคณะผู้จัดงานเฝ้ารับเสด็จ ในการนี้ทรงเปิดแพรคลุมป้ายโครงการ พร้อมทั้งเสวยพระกระยาหารค่ำและทอดพระเนตรการแสดง จำนวน ๔ ชุด



   


   


โดยการแสดงจะมีรูปแบบการแสดงที่หลากหลาย ทั้งรูปแบบของการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยแบบโบราณ และนาฏลีลาที่จินตนาการย้อนยุคสมัยผสมผสานเครื่องแต่งกายที่งดงาม รวมถึงศิลปะการเชิดหุ่นละครเล็กที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทยของนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์ ) ได้แก่
 
- การแสดงชุด ระบำกินรี เป็นการแสดงที่รังสรรค์ขึ้นจากจินตนาการในนิทานปรัมปราของไทย โดยแสดงให้เห็นถึงบุคลิก กริยาอาการอันสง่างามเมื่อยามโผบิน และความสวยสดงดงาม สนุกสนานร่าเริงของเหล่ากินรีทั้งหลายเมื่อมาชุมนุมร่วมกัน
- การแสดงหุ่นละครเล็ก ชุด ครุฑยุดนาค ซึ่งกล่าวถึงตำนานของพญาครุฑ และพญานาค ที่มีความพยาบาทอาฆาตกันด้วยเรื่องในอดีต และจบลงด้วยการกลับมาสมานสามัคคีกันในท้ายที่สุด


- การแสดงชุด ทวานฤมิต เป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัยที่นำเสนอกลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันออก ชื่อว่า สุวรรณภูมิ คืออาณาจักรทวาราวดีของไทยเมื่อราว ๑,๔๐๐ ปีที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมความรุ่งเรือง โดยเฉพาะด้านนาฏศิลป์และดนตรีในอดีต



- การแสดงหุ่นละครเล็ก ชุด หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา นำเสนอเรื่องจากวรรณกรรมรามเกียรติ์ ถ่ายทอดด้วยศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก ด้วยลีลาที่น่ารักและซุกซนของหนุมานที่ไล่ติดตามจับนางสุพรรณมัจฉา จนก่อเกิดเป็นความรัก การแสดงชุดนี้จะสร้างความประทับใจแก่ทุกท่านด้วยการลงไปแสดงในหมู่ผู้ชมอย่างใกล้ชิด



ทั้งนี้ “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) พัทยาใต้” ภายใต้การดูแลของ “มูลนิธิ นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ภายในโครงการพัทยาซิตี้วอล์ค พัทยาใต้ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์

- เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งในด้านศิลปะการแสดง และอาหารไทย ให้เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยภาพลักษณ์ที่งดงามคงความเป็นเอกลักษณ์ไทย
- เพื่อสร้างคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยมุ่งเน้นการบูรณาการภาพลักษณ์ ของการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ท่ามกลางรอยต่อของวัฒนธรรมแห่งยุคสมัยภายใต้แนวความคิด “ ทิพย์วาริน งานศิลป์ไทย ในพัทยา ”

- เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย

 - เพื่อเป็นการสร้างแหล่งการเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมไทย ในเมืองพัทยาโดยสนับสนุนให้เป็นลานจตุรัสแห่งวัฒนธรรม ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมในรูปแบบของป่าหิมพานต์ รองรับศิลปะการแสดง และดนตรีไทยร่วมสมัย ในทุกวัน และยังสามารถจัดกิจกรรมตามเทศกาลประเพณีของไทย ในหลายวาระ เพื่อให้เยาวชนและคนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมสืบสานงานศิลปวัฒนธรรมต่อไป
 


   


   


นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจ้หลุยส์) ทิพยสถานแห่งเมืองพัทยาใต้
ภายในโครงการพัทยาซิตี้วอล์ค พัทยาใต้ เปิดให้บริการตั้งแต่ เวลา 17.00 น. ถึง 1 นาฬิกา


การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย

เริ่มเวลา 20.00 น. และ 22.00 น.


การแสดงหุ่นละครเล็กและการแสดงนาฏศิลป์ไทย

เริ่มเวลา 21.00 น. และ 23.00 น.


สอบถามเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่ง โทร 038-488073-5 หรือ
www.thaipuppet.com

 

 


2 Comments :, , more...

596 ตรื้ดๆ

Reef Build Fish Spa

by chaomuang on ก.ค..10, 2009, under Hotel Resort and Spa

 
การผ่อนคลายแบบสปา มีมากมายหลายวิธี ทั้งนวดหน้า นวดตัว บำบัดด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป และที่กำลังเป็นสปาที่น่าสนใจอีกอย่างเป็น เป็น สปา โดยใช้ปลาบำบัด โดยใช้ปลาการา รูฟา (Garra rufa) ซึ่งเป็นปลานำเข้า เป็นปลาที่ได้รับการรับรอง จากหลายประเทศทั่วโลกทั้ง ตุรกี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ว่าสามารถบำบัด และรักษาโรคได้จริง (ปลาไทยของเราบางชนิดก็มีคุณสมบัติเดียว เช่นกัน แต่ยังไม่ได้รับการรับรอง)แนะนำคุณให้รู้จักกับ Fish spa อีก 1 ที่ Reef Build Fish Spa ที่ให้บริการราคาแสนจะกันเอง กับย่านที่ผู้คนพลุกพล่านที่ จตุจักร ในโซนปลา คุณจะเห็นร้านน่ารักๆ ที่จัดมุมนั่งเข้าหากัน แล้วเอาเท้าจุ่มน้ำ ใครๆ ที่ผ่านต้องเป็นสนใจทุกรายไป กับการตกแต่งที่เป็นบ่อน้ำแช่เท้าเก๋ๆ ล้อมรอบด้วยไม้ ภายในมี Dr.Fish ปลานับพันตัว ทั้งสองฝั่ง   

 


ว่าแล้วก็ขอลองกันซักหน่อย โอ้ย.. จั๊กกระจี้ ใช้เวลาปรับตัวกับคนที่เคยใช้บริการครั้งแรกประมาณ 1-2 นาที จากนั้น รับรองติดใจยาวๆ เพราะนอกจากเพลิดเพลิน สนุกสนานเหมือนของเล่นใหม่ คุณยังคลายเครียด แถมประโยชน์ที่ได้รับยังมากมาย ทั้งช่วยกินเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไม่ต้องมานั่งขัดขี้ไคล น้ำลายของปลาพันธุ์นี้มีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยให้ผลัดเซลล์ผิวได้เร็วขึ้น และยังกินแบคทีเรียที่เป็น สาเหตุของกลิ่นเท้าอีกด้วย ปลาจะคอยตอดทำให้รู้สึกจั๊กกะจี๊นิดๆ เหมือนถูกตระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ มันจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายเท้า

คุณไม่ต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ยุ่งยาก เพียงแต่ล้างฝุ่นผงออกไปก่อน จากนั้นก็ถกขากางเกงหย่อนขา ปล่อยให้เรียวของคุณเป็นหน้าที่ของฝูงปลาคอยพยาบาล จริงๆแล้วการบำบัดด้วยปลานี้ ก็มีมานาน แล้วทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่น Fish Spa เค้าจะ hot hit มาก จึงถือว่าเป็นเรื่องที่หลายๆคนเชื่อใจเจ้าปลาตัวน้อยเหล่านี้สำหรับ รีฟ บิ้ว กรุ๊ป (reef build group) มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในเรื่องของปลา ไม่เพียงแต่กิจการ Fish Spa ยังมีปลาคุณภาพดี , ฟอร์นิเจอร์ ตู้ปลาต่างๆ และยินดีให้คำปรึกษาปัญหาในเรื่อง ปลา ที่ให้บริการมานานร่วม 8 ปีใน จุตจักรพลาซ่า โซนดี ซอย 11 ห้อง 23 โทรมาสอบถามรายละเอียดต่างๆกันได้ ที่เบอร์ .02-2659412 และ 086-3397642

และโปรโมชั่นพิเศษเพียง 100 บาท เท่านั้น คุณก็จะได้ใช้บริการถึง 20 นาที ระหว่างที่รอแฟนคุณช๊อปปิ้ง หรือ ช๊อปกันจนเมื่อยแล้ว ก็มาผ่อนคลายที่ รีฟ บิ้ว ฟิชสปา กัน ทีนี้ไม่มีใคร งอแงรีบกลับบ้านแน่นอน
  

 
   
   
   
     
23 Comments :, , , , more...

เรื่องล่าสุด