:: เมืองไทย.คอม :: ท่องเที่ยว อร่อยเมืองไทย ที่พัก Web Magazine & TV

Archive for ธันวาคม, 2008

487 ตรื้ดๆ

นาฎยศาลา เทอเรส (Naatayasala Terrace)

by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under Delicious

 

 

นาฎยศาลา เทอเรส (Naatayasala Terrace)

       สวนลุมไนท์พลาซ่ายามค่ำคืน วันนี้ยังคงมีเสน่ห์ไม่รู้คลายเหมือนเดิม นอกจากจะเป็นศูนย์รวมสินค้าคุณภาพมากมายแล้ว ยังมีร้านอาหารดีๆ บรรยากาศไทยๆ คอยให้บริการคุณอยู่

       “นาฎยศาลา เทอเรส” ร้านอาหารไทย แห่งโรงละครนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์เธียเตอร์) หรือ Traditional Thai Puppet Theater เป็นร้านอาหารไทย บรรยากาศสบายๆแบบ OUT DOOR เมื่อท่านเข้ามาที่ร้านท่านจะพบกับการต้อนรับจากหุ่นละครเล็กและพนักงานในชุดไทยยกมือขึ้นบรรจงไหว้ทักทายทำให้รู้สึกอบอุ่นและประทับใจ ภายในร้านแห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยที่แสดงถึงความเป็นไทยอย่างเช่น การแสดงผลงานหัตกรรม และศิลปะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นละครเล็ก ซึ่งควรค่ากับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง

       ด้วยเน้นถึงความเป็นไทยทางนาฎยศาลา เทอเรส มอบความสุขเพิ่มขึ้นด้วยการแสดงดนตรีไทยสดๆ กับนักดนตรีที่มีฝีมือ (ที่โชว์ในทุกวันศุกร์ – อาทิตย์) คลอเคล้ากับอาหารอร่อยๆ

 

       ต้มยำกุ้งผัดแห้ง กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆผัดกับเครื่องต้มยำแห้ง โรยด้วยใบมะกรูดกับตระไคร้ทอด ได้รสชาติต้มยำ ที่เข้มข้น

 

       กุ้งแม่น้ำนึ่งนมสด นมสดนึ่งคล้ายๆกับไข่ตุ๋นที่ผสมกับมันกุ้ง อร่อยลิ้น นุ่มปาก รสชาติไม่เผ็ด แถมยังอร่อยกับกุ้งเนื้อแน่นเป็นเมนูที่เด็กๆและชาวต่างชาติจะชอบมาก

 

       แกงเขียวหวานคู่กรรม น่ารับประทานมากๆกับลูกชิ้นปลากรายไส้ไข่แดง ที่ผ่าครึ่งแล้วจะมีไข่แดงอยู่ตรงกลาง หวานมันกำลังดี

 

       สปาเก็ตตี้ผัดไทยกุ้งสด เมนูลูกครึ่ง ที่นำเส้นสปาเก็ตตี้สไตล์อิตาลีมาทำเป็นเส้นผัดไทย ก็อร่อยอีกแบบ

 

       ยำผัดผักบุ้งทอดกรอบ เด็ดที่น้ำยำรสจัด ปกติแล้วจะเป็นหมูสับกับกุ้งในน้ำยำ ถ้าใครไม่ทานหมูก็สามารถเปลี่ยนเป็นไก่ได้

 

       ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว ปลากะพงที่คัดขนาดประมาณ 7 ขีด นำมานึ่งซีอิ้วให้น้ำซอสเข้าถึงเนื้อปลาโรยด้วยผักต่างๆ อาทิ ต้นหอม เห็ดหอม และกระชาย ทำให้หอมน่าทาน รสชาติหวานเค็ม

 

       แกงเผ็ดหมู เป็นแกงเผ็ดที่ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ถึงเครื่องแกงและกะทิ เป็นเมนูไทยๆที่ต่างชาตินิยมสั่งกันมาก

       เสร็จจากรับประทานอาหารอร่อยๆ ที่แนะนำกันไปให้แล้ว พลาดไม่ได้ที่จะแวะชมการแสดงหุ่นละครเล็กได้ภายในที่มีการจัดแสดงโชว์ไว้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 24.00 น. รับรองท่านจะเต็มอิ่มกับความเป็นไทยแน่ๆค่ะ

สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-252-9685 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipuppet.com

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

 

Leave a Comment :, , , , more...

28 ตรื้ดๆ

Soi Cowboy

by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์

 

ไทย : ซอยคาวบอย
ผู้กำกับ : โทมัส เคลย์
ผู้แต่ง : โทมัส เคลย์
วันเข้าฉาย : 08/01/2009
ประเภท : Drama
สถานที่ถ่ายทำ : Thailand
ภาษา : อังกฤษ ,ไทย

เนื้อเรื่องย่อ       ในกรุงเทพฯ… มีชายต่างชาติร่างใหญ่ และหญิงไทยท้องแก่คู่หนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ซึ่งร่างกายที่อ้วนกลมของเขา ช่างดูต่างกันกับร่างกายที่เล็กและบอบบางของเธอลิบลับ เขามอบของขวัญให้กับเธอมากมาย จนทำให้ห้องของเธอเต็มไปด้วยตุ๊กตาที่น่ารัก แต่แท้จริงแล้วชีวิตของเธอ กลับต้องการแค่ความรู้สึกปลอดภัย และเขาคนเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เธอไม่ต้องกลับไปที่ซอยคาวบอยอีก

       ซอยคาวบอย… สถานที่ที่เขาได้พบเจอกับเธอครั้งแรก เธอรู้สึกชอบเขามาก แต่การที่เขา ต้องการมีเซ็กส์กับเธอบ่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและรู้สึกว่าเขาเป็นภาระของเธอ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกัน ที่ต่างจังหวัด… แก๊งค์มาเฟียวัยรุ่นชายคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้ทำการลอบสังหารพี่ชายตัวเอง เพราะพี่ชายของเขาไปทำให้ก้อย (โม-พิมพ์วลี ธรรมปัญญาสาน) แฟนของเฮียต้อย (สมรักษ์ คำสิงห์) ท้องแล้วทิ้ง เฮียต้อยเลยต้องการที่จะแก้แค้นให้กับแฟนสาวท้องแก่ของตัวเอง

 

Leave a Comment :, , , , more...

541 ตรื้ดๆ

Bal Ganesh / พระพิฆเนศ : มหาเทพแห่งปัญญา

by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์

 

วันที่เข้าฉาย : 8 มกราคม 2552
แนวหนัง :       อนิเมชั่น
กำกับโดย :     Pankaj Sharma

       ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” หยิบเอาเรื่องราวในวัยเด็กของพระพิฆเนศ ตั้งแต่จุดกำเนิดเรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้มีเศียรเป็นคชสาร และบทบาทสำคัญในการช่วยปกปักษ์พิทักษ์โลกไว้

       “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เป็นภาพยนตร์ 3 D – Animation นำร่องงานภาพยนตร์ Animation เรื่องแรกของ Shemaroo Entertainment บริษัทสร้าง และจัดจำหน่ายภาพยนตร์เก่าแก่รายหนึ่งของประเทศอินเดีย โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1962 แต่เพิ่งมีการก่อตั้ง Shemaroo’s Animation Division ซึ่งเป็นส่วนรับผิดชอบสำหรับการผลิตภาพยนตร์ Animation โดยตรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากงานทางด้านภาพยนตร์แล้ว Shemaroo ยังมีผลงานทางด้านโทรทัศน์ และหนังสืออีกด้วย รวมทั้งเคยร่วมทำงานกับทาง โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ของอเมริกา       ว่ากันว่าตลาดของภาพยนตร์ Animation สำหรับในอินเดียนั้นมีการเติบโตเฉลี่ยถึง 30% ต่อปี โดยมีการคาดหมายว่า ยอดรายได้ของ Animation Movie ในอินเดียจะก้าวขึ้นมาทำรายได้ถึง 869 ล้าน ยูเอส.ดอลลาร์ ได้ภายในไม่เกินปี 2010 ที่จะถึงนี้ และในช่วงปี 2007-2008 ภาพยนตร์ Animation แต่ละเรื่องที่ออกฉายก็ล้วนทำรายได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ คือเฉลี่ยแล้วจะตกราว 12-14 ล้าน ยูเอส.ดอลลาร์

 

       สำหรับภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เกิดขึ้นด้วยความมุ่งหวังที่จะให้เป็นงานซึ่ง “เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี” ขณะเดียวกันการหยิบเอาเรื่องราวของพระพิฆเนศมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Animation ด้านหนึ่งก็มาจากความเชื่อมั่นว่า เรื่องราวของพระพิฆเนศนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่คนอินเดีย แต่มีคนทั่วโลกจำนวนมหาศาลที่ไม่เพียงแต่จะรู้จักพระพิฆเนศเท่านั้น หากยังนับถือ เลื่อมใส เคารพ ศรัทธา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสิ่งหนึ่งของชีวิตทีเดียว เพราะเป็นที่เชื่อกันว่า พระพิฆเนศนั้นเป็นมหาเทพแห่งปัญญาที่จะนำพาผู้เคารพบูชาผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง….ก้าวไปสู่ความสำเร็จในที่สุดได้       ในความเป็นภาพยนตร์ 3 D – Animation ทำให้ภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ดูมีชีวิตชีวากว่าภาพยนตร์การ์ตูน 2 D ในอดีต และนอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจแบบดูสนุกทั้งเด็กผู้ใหญ่ ให้ดูกันแบบแทบไม่กระพริบตาตลอดเวลาความยาวร่วม 100 นาทีของภาพยนตร์แล้ว ภาพยนตร์ก็ยังเต็มไปด้วยสีสันของเส้นสายงานเขียนตัวการ์ตูน พร้อมไปด้วยความบันเทิงควบคู่ไปด้วย และที่ขาดไม่ได้สำหรับความเป็นภาพยนตร์จากประเทศอินเดีย ก็จะมีบทเพลงอันไพเราะแทรกเข้ามาในภาพยนตร์ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ซึ่งสำหรับเด็ก ๆ หรือคนที่อาจจะไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาของพระพิฆเนศมากนัก ก็จะเป็นโอกาสที่ได้รับรู้ไปพร้อม ๆ กัน

       ผู้กำกับฯ Pankaj Sharma แม้จะเคยผ่านการทำงานสร้างภาพยนตร์โดยปกติมาก่อน ทั้งจากการเป็นมือตัดต่อลำดับภาพในยุคแรก ๆ จนมามีงานทีวี ซีรี่ส์ ยอดฮิตที่โชว์เทคนิคด้าน “สเปเชียล เอฟเฟ็ค” เรื่อง “Hukum Mere aaka” ระดับรางวัลมาแล้ว แต่ภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ก็ถือว่าเป็นการ “ลองของใหม่” ของเขา เพราะเป็นการหันมาทำงานภาพยนตร์ Animation จอใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งขั้นตอนในการพัฒนางานชิ้นนี้กว่าจะสำเร็จก็ใช้เวลาทำงานอย่างหนักติดต่อกันถึง 18 เดือน และพูดได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับพระพิฆเนศในรูปของภาพยนตร์ 3 D – Animation อีกด้วย ซึ่งเทคนิคของการสร้างงานภาพยนตร์ Animation CGI ก็ทำให้ผู้กำกับฯ Pankaj Sharma เกิดหลงเสน่ห์การสร้างภาพยนตร์ Animation ถึงขนาดพอสร้างภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เรื่องนี้เสร็จออกมา ยังไม่ทันหายเหนื่อยเท่าไร เขาก็ประกาศว่า งานชิ้นต่อไปที่จะทำก็คือ อยากจะสร้างภาพยนตร์ Animation อีกต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นภาค 2 ของภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ก็เป็นได้ พร้อมกับมักจะพูดอยู่เสมอว่า ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เรื่องนี้คือ ความภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา

       ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” นอกจากจะกวาดรายได้ยอดเยี่ยมทั้งในอินเดีย และต่างประเทศ (ทั้งในอเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย-ตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ) แล้ว ล่าสุดยังพิชิต 2 รางวัลใหญ่จาก Li’l STAR Awards 2008 ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดย Red Chillies Entertainment และมุ่งพิจารณาถึงภาพยนตร์สำหรับเด็กทั้งหลาย สำหรับ 2 รางวัลใหญ่ที่ได้รับก็คือในสาขา “ภาพยนตร์ Animation ยอดเยี่ยมแห่งปี” (Best Animated Film) และ “คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูน Animation ยอดเยี่ยม” (Best Animated Character) โดยรางวัลดังกล่าวเพิ่งประกาศผลรางวัลไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ที่ผ่านมา ณ Yash Raj Studios ในนครมุมไบ โดยเบียดภาพยนตร์การ์ตูนคู่แข่งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงอย่าง “Ghatothkach -Master of Magic”,“Return of Hanuman” และ “Dashavatar”

       สำหรับในประเทศไทย อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเม็นท์ เตรียมนำสุดยอดภาพยนตร์ 3 D – Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญมาแล้วทั่วโลก เปิดโปรแกรมยักษ์รับศักราชใหม่ เริ่มพฤหัสที่ 8 มกราคม 2552 เป็นต้นไป พร้อมกันทุกเครือโรงภาพยนตร์ ทั่วทั้งแผ่นดิน

 

 

Leave a Comment : more...

19 ตรื้ดๆ

Quarantine: อพาร์ทเมนต์ติดเชื้อสยองโลก

by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์

 

       Quarantine เป็นผลงาน Remakeแบบฉากต่อฉาก จากหนังสยองขวัญชื่อดังของสเปนปี 2007 เรื่อง [●REC] ใช้วิธีการถ่ายทำเหมือนกับ The Blair Witch Project และ Cloverfield จึงทำให้คนดูได้อารมณ์เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง (บางคนก็ได้อารมณ์เสมือนจะอ้วก )

ชื่ออื่นๆ :     Quarantined
ชื่อไทย :    
ปิดตึกสยอง
ผู้กำกับ :    
จอห์น อีริค โดว์เดิล
ผู้แต่ง :       
จอห์น อีริค โดว์เดิล, ดรูว์ โดว์เดิล, โจม บาลากัวโร, ลูอิส เบอร์เดโจ
วันเข้าฉาย :
08/01/2009
ประเภท :    
Horror, Thriller
 

       Plot: นักข่าวสาว Angela Vidal พร้อมกับตากล้อง ถูกมอบหมายให้เกาะติดชีวิตการทำงานกะดึกของนักดับเพลิงแห่งหนึ่งใน Los Angeles
เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่ามีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นที่อพาร์ทเมนต์เล็กๆแห่งหนึ่ง
Angela Vidal พร้อมกับตากล้อง ไม่ลังเลที่จะเกาะติดเพื่อไปรายงานข่าวกับบรรดานักดับเพลิงด้วย

       เมื่อไปถึง พวกเขาก็พบว่ามีตำรวจมาถึงเรียบร้อยแล้ว เพราะได้รับแจ้งว่ามีกรีดร้องออกมาจากห้องหนึ่งในอพาร์ทเมนต์นี้ ทั้งหมดก็ขึ้นไปยังห้องที่เป็นต้นตอของเสียงร้อง และได้พบหญิงแก่มีอาการแปลกๆ เหมือนกับติดเชื้ออะไรบางอย่าง       เมื่อจู่ๆ หญิงแก่กระโจนเข้ากัดตำรวจคนนึง เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เมื่อทุกคนไม่สามารถออกจากอพาร์ทเมนต์นี้ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่จากกองควบคุมโรคติดต่อ มาปิดล้อมห้ามทุกคนออกจากอพาร์ทเมนต์

ทั้งโทรศัพท์, Internet, ทีวี ก็ไม่สามารถใช้งานได้ โดยนักข่าวสาวก็ยังคงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดผ่านกล้องตลอดเวลา

 

Angela Vidal (Jennifer Carpenter) นักข่าวสาวสวย

       คนที่เหลืออยู่, นักดับเพลิง, ตำรวจ รวมถึง Angela และตากล้องของเธอ ต่างก็อยู่ในความหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางหญิงแก่ที่คลุ้มคลั่ง ตำรวจที่เพิ่งโดนกัด และเชื้อโรคลึกลับที่ยังหาคำตอบไม่ได้

Teaser Posterของ Quarantine

โปสเตอร์ของ [●REC] ต้นฉบับ

       Quarantine ผลงานกำกับของ John Erick Dowdle นำแสดงโดย Jennifer Carpenter (จาก The Exorcism of Emily Rose) ในบทของนักข่าวสาว Angela Vidal ยังมี Jay Hernandez ร่วมแสดงด้วย

ภาพบางส่วนจากตัวอย่าง

สยองมากกกก แต่ก็น่าดูมาก

 

Leave a Comment :, , , , , more...

142 ตรื้ดๆ

Yes Man เยสแมน คนมันรุ่งเพราะมุ่งเซย์ “เยส”

by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์

 

ชื่อไทย :      เยสแมน คนมันรุ่ง…เพราะมุ่งเซย์ “เยส”
ผู้กำกับ :      เพย์ตัน รี้ด
ผู้แต่ง :        นิโคลัส สตอลเลอร์,  จาร์เรด พอล,  แอนดรูว์ โมเกล ,  แดนนี่ วอลเลซ
วันเข้าฉาย :  08/01/2009
ประเภท :      Comedy

เนื้อเรื่องย่อ       คาร์ล อัลเลน ชายหนุ่มที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่ กับการพูดแต่คำว่า “ไม่” จนกระทั่งเขาได้เข้าร่วมกับโครงการช่วยเหลือด้วยตนเองโดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงข้อเดียว: คือการพูดว่า “ได้” กับทุก ๆ อย่าง…และไม่ว่ากับอะไรก็ตาม การปลดปล่อยพลังของคำว่า “ได้” เริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของคาร์ลไปในทางที่น่ามหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง ทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งงานและเปิดประตูหัวใจให้กับรักครั้งใหม่ แต่ความกระตือรือร้นของเขาในการที่จะรวบเอาทุก ๆ โอกาสไว้อาจจะกลายมาเป็นเรื่องดี ๆ ที่มากเกินไปก็ได้

 

 

                  Yes Man นำแสดงโดยจิม แคร์รี่ซึ่งรับบทเป็น คาร์ล อัลเลน ชายหนุ่มที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่ – กับการพูดแต่คำว่า “ไม่” – จนกระทั่งเขาได้เข้าร่วมกับโครงการช่วยเหลือด้วยตนเองโดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงข้อเดียว: คือการพูดว่า “ได้” กับทุก ๆ อย่าง…และไม่ว่ากับอะไรก็ตาม การปลดปล่อยพลังของคำว่า “ได้” เริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของคาร์ลไปในทางที่น่ามหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง ทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งงานและเปิดประตูหัวใจให้กับรักครั้งใหม่ แต่ความกระตือรือร้นของเขาในการที่จะรวบเอาทุก ๆ โอกาสไว้อาจจะกลายมาเป็นเรื่องดี ๆ ที่มากเกินไปก็ได้ 

                  เพย์ตัน รีด (The Break-Up, Bring It On) กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Yes Man จากการเขียนบทภาพยนตร์ของ นิโคลาส สโตลเลอร์และจาเรด พอล & แอนดรูว์ โมเกล โดยมีเค้าโครงมาจากหนังสือของ แดนนี่ วอลเลซ  ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยริชาร์ด ดี ซานุค เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง (จากเรื่อง Driving Miss Daisy, Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street) และเดวิด เฮย์แมน (ภาพยนตร์เรื่อง Harry Pottter และ I Am Legend) โดยมีมาร์ตี้ อีวิ่ง, ดานา โกล์ดเบิร์ก และบรูซ เบอร์แมนรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหาร

                     ภาพยนตร์เรื่อง Yes Man ยังร่วมแสดงโดย ซูอี้ เดสชาเนล (Bridge to Terabithia) แบรดลี่ คูเปอร์ (Wedding Crashers) จอห์น ไมเคิล ฮิคกิ้นส์ (Fred Claus) และเทอร์เรนซ์ สแตมป์ (Get Smart) ดารานักแสดงยังรวมไปถึง ริส ดาร์บี้, แดนนี่ มาสเตอร์สัน, ฟิออนนูล่า ฟลานาแกน, ซาช่า อเล็กซานเดอร์, มอลลี่ ซิมส์ เบรนท์ บริสโค, ร็อคกี้ แคร์รอล, จอห์น โคทราน และสเปนเซอร์ การ์เรต
 ทีมงานครีเอทีฟเบื้องหลังรวมไปถึง ผู้กำกับภาพ โรเบิร์ต ยีโอแมน, ผู้ออกแบบฉาก แอนดรู ลอว์ส, ผู้ลำดับภาพ เครก อัลเพิร์ต, และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย มาร์ค บริดเจส และผู้ประพันธ์เพลง ไลล์ เวิร์กแมน และ มาร์ค โอลิเวอร์ เอเวอเร็ตต์ 

                    “Yes Man” จัดจำหน่ายทั่วโลกโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และในบางพื้นที่โดยวิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส 
 
www.yesman-thai.com

 

Leave a Comment :, , , , more...

11,305 ตรื้ดๆ

10 ที่เที่ยวในหน้าหนาวของไทย (ภาคเหนือ)

by chaomuang on ธ.ค..27, 2008, under ท่องเที่ยว, สถานที่

อากาศบ้านเราเริ่มหนาวแล้ว สถานที่ต่างๆ เริ่มมีบรรดานักท่องเที่ยว ทยอยขึ้นดอยสัมผัสความหนาว ทะเลหมอก น้ำค้าง และสายลมกันบ้างแล้ว ชีวิตคนเมืองอย่างเราไม่ค่อยได้สัมผัสอากาศหนาวเท่าไรนัก (นอกจากความหนาวจาก แอร์คอนดิชั่น) แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัด ก็พอจะมีโอกาสได้รับรู้ถึงความหนาวกันบ้าง ยิ่งบนยอดดอยไม่ต้องพูดถึง บางแห่งหนาวเกือบตลอดทั้งปี

สำหรับวันนี้ เรามีสถานที่ ที่น่าสนใจ 10 แห่ง ที่มักจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาสัมผัสความหนาวให้ได้รู้จักกัน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทือกเขาทางภาคเหนือ ลองมาดูกันซิคะว่าเราเคยไปเที่ยวกันครบทั้งสิบแห่งหรือยัง
 
 

 


Photo by http://smais.multiply.com


1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ชื่อนี้มักจะเป็นติดอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยว เดิมชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่า ดอยอ่างกานั้น เพราะมีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือน อ่างน้ำ มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา หรือ ดอยอ่างกา

ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,599 เมตร) จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ มี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายจุด
 
 

 


Photo by http://smais.multiply.com


Photo by http://meartter.multiply.com


Photo by http://meartter.multiply.com

น้ำตกแม่ยะน้ำสีโคลน

 

2. ดอยอ่างขาง
เป็นที่ตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ภายในสถานีมีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ แปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว สวนบอนไซ มีการจำหน่ายผลิตผลพืชผักเมืองหนาวที่ปลูก ในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล ในสถานีฯ มีที่พัก และมีสถานที่กางเต็นท์บริการแก่นักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ


Photo by http://toto31.multiply.com


Photo by http://toto31.multiply.com


Photo by http://toto31.multiply.com

 


3. เขาค้อ – อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ชื่อว่าเขาค้อเป็นเพราะ ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเพชรบูรณ์ สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ ฐานอิทธิเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ หอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตกศรีดิษฐ์ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และเนินมหัศจรรย์ หมู่บ้านคุ้มจุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านหลวง


Photo by http://nitrobloods.multiply.com


Photo by http://nitrobloods.multiply.com

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำหลายสาย สถานที่น่าสนใจ ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ทุ่งหญ้ากงวัง ถ้ำผาหงษ์ สวนสนบ้านแปก สวนสนภูกุ่มข้าว น้ำตกซำผักคาว น้ำตกทรายแก้ว น้ำตกทรายเงิน น้ำตกเหวทราย น้ำตกทรายทอง ภูผาจิต หนองปลาไหล หนองน้ำขุ่น น้ำตกตาดพรานบา ผาล้อม ผากอง ถ้ำใหญ่น้ำ

 


4. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีเทือกเขาและภูเขาสูง สลับซับซ้อน ครอบคลุมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง


Photo by http://theep.multiply.com


Photo by http://ninnunun.multiply.com

 


5. ภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง จ.เชียงราย
ภูชี้ฟ้า เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะดูเหมือน เสือคาบแก้วมาก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว


Photo by http://toto31.multiply.com


Photo by http://toto31.multiply.com

ดอยผาตั้ง อยู่บนเทือกดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวสองฝั่งโขง ไทย-ลาว และทะเลหมอก บนดอยมีหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะ ชาวจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็น ส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล


Photo by http://toto31.multiply.com

6. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและ ภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและ หน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯ แห่งนี้คือเป็นภูเขาหินทราย ยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้ายใบบอนหรือรูปหัวใจ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดท่องเที่ยวประทับใจได้แก่ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ผาหมากดูด น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำสอเหนือ-ใต้ สระอโนดาด เป็นต้น


Photo by http://tonngiw.multiply.com


Photo by http://kamjorn.multiply.com


Photo by http://kamjorn.multiply.com

7. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ไร่ภูหินร่องกล้ามียอดเขาสูง 1,617 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม ปกคลุมด้วยป่าเต็งรังป่าดิบเขา และป่าสนเขา มีสนสองใบและสนสามใบ ขึ้นปะปนกัน และพบกล้วยไม้ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้งฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ จุดที่น่าสนใจ ลานหินปุ่ม ลานหินแตก น้ำตกหมันแดง เป็นต้น


Photo by http://lkunl.multiply.com


Photo by http://ohnzar.multiply.com

8. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ – ดอยแม่เหาะ จ.แม่ฮ่องสอน


ดอยแม่อูคอ เป็นทุ่งดอกบัวตองที่มีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง ประมาณ 1 พันไร่ ดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อม ๆ กันในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขา ดอยแม่เหาะ อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 10-8 ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 84 เขตตำบลแม่เหาะ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริเวณนี้ มีภูมิประเทศที่งดงาม มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่เป็นส่วนมาก ในเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม ของทุกปี ดอกบัวตอง หรือทานตะวันป่า จะบานสะพรั่ง ไปทั่วหุบเขา สวยงามมากทีเดียว


 


9. อุทยานแห่งชาติภูเรือ
เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผา ชะโงกยื่นออกมาเหมือน หัวเรือสำเภาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จุดที่น่าสนใจบนอุทยานได้แก่ ผาโหล่นน้อย ภูผาสาด และทะเลภูเขา ผาซับทอง หรือ ผากุหลาบขาว เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทอง ขึ้นเต็มไปทั่ว น้ำตกห้วยไผ่ เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาสูงชัน ยอดภูเรือ เป็นจุดสูงสุดในอุทยานฯ สามารถมองเห็น แม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว


Photo by http://travellindo.multiply.com


Photo by http://travellindo.multiply.com


Photo by http://boytv9.multiply.com

 

 

10. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุมอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี การเดินทางขึ้นดอยค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะพบดอกไม้ป่า พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่าง ๆ สวยงามมาก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่น้ำตกภูสอยดาว และลานสน


 

ที่น่าสนใจอื่นๆที่ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวไป

1. ปางอุ๋ง

หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ


Photo by http://surustx.multiply.com


Photo by http://surustx.multiply.com

ลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืน ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี งดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย เปรียบได้กับ นิวซีแลนด์เมืองไทย และเมื่อได้สัมผัสกับแปลงพันธ์ไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ปลูกประดับในโครงการ ฯ ซึ่งเปรียบเสมือนกับ สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง …เมื่อฟากหนึ่งเป็นนิวซีแลนด์ และอีกฝั่งหนึ่งเป็นสวิสเซอร์แลนด์

 

2. ปาย

ในฤดูหนาวที่เยือนมาอีกรอบหนึ่งของเมืองไทย หลายๆคนจัดแจงวางแผนบุกป่าผ่าเขาเพื่อค้นหาความเยือกเย็นที่ปีหนึ่งจะมีสักครั้งที่แน่ๆ เกือบทั้งหมดนั้นเดินทางขึ้นเหนือ จะไปที่ไหนก็ตามแต่ ที่นี่หลายคนบอกว่าไม่ควรพลาด อ.ปาย ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปาย เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ “ปาย”ได้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้

อ้วก + หลับ = แม่ฮ่องสอน

 3. ภูทับเบิก

ตั้งอยู่ที่ บ้านทับเบิก ต.วังตาล ห่างจากอ.หล่มเก่า 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กม. มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ ชาวเพชรบูรณ์เรียกว่า “ภูทับเบิก”
ภูทับเบิก มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ ต้นไม้เมืองหนาวและน้ำตก มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเข้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์
 
 

 


Photo by http://shinbika.multiply.com


Photo by http://yaphu.multiply.com


Photo by http://nekojang.multiply.com

ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 ต.วังตาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงทำให้ภูทับเบิกมีสีสันด้วยวิถีชาวไทยภูเขา ซึ่งประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิง

ก่อนตัดสินใจเดินทาง ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม หากขับรถคนเดียวต้องจอดพักบ่อยๆ ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง แล้วอย่าลืมหยิบกระเป๋าตังค์ไปด้วยนะครับ
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ทุกๆคน

ขอขอบคุณสมาชิกมัลติพลายทุกท่านที่ส่งภาพสวยๆมาเพื่อเผยแพร่ความงามของเมืองไทย ไทยเที่ยวไทย ไปได้ทั้งปี

 

ภาพนี้ต้องขยาย คลิ้กที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ สามารถComment ได้

 


นำเสนอข่าวโดย เมืองไทย.คอม

ผู้สนับสนุน/ที่มาของข่าว

 

10 Comments :, , , , , , , , , , , , , , , , more...

171 ตรื้ดๆ

Miracle Hometel

by chaomuang on ธ.ค..26, 2008, under Hotel Resort and Spa, ภาคกลาง



โรงแรมมิราเคิล โฮมเทลสุวรรณภูมิ ( Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel)

มิราเคิลโฮมเทล เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ได้ทำการเปิด Soft Opening ไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 มีทั้งหมด 85 ห้อง ทั้งแบบ Superior ,Deluxe , Junior Suite & Miracle Suite โดยมีขนาดของห้องตั้งแต่ 36 จนถึง 84 ตรม.

Miracle Suite

* * * * * * * *

Junior Suite

* * * * * * * * *

Deluxe Room

* * * * * * * *

Superior Room


นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม ซึ่งมีขนาดย่อมจนถึงขนาดใหญ่ . ฟิตเนส , สปา , ห้องอาหารจีนไชน่ามูน , ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ และคอฟฟี่ช็อปเปรมประชากร ที่เปิดอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม.

<p Functiom Room</b></p><p><font color="#FFFFFF">.</font></p>
Rajathewa Function Room



Miracle Spa


ห้องอาหารจีนไชน่ามูน ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ


<p Hometel Pool</b> </p><p><font color="#FFFFFF">.</font></p>

รวมถึงสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติ และสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างสวยงาม

ปัจจบันมิราเคิลโฮมเทล กำลังขยายพื้นที่เพิ่มเติม โดยจะมีห้องพักเพิ่มขึ้นอีกโดยประมาณ 80 ห้อง ยังไม่รวมพื้นที่ที่จะขยายเพิ่มเติมในส่วนของฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแถบสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทั้งแบบเป็นทางการและแบบเป็นกันเอ

<p Hometel  Suvarnabhumi  Hotel</b></p><p><font color="#FFFFFF">.</font></p>

โรงแรมมิราเคิล โฮมเทลสุวรรณภูมิ ( Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel)
68/102 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเถอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
โทร : 02-338-0333  Fax: 66 (0) 2-338-0366
E-mail : booking@miracle-hometel.com
info@miracle-hometel.com
rsvn@miracle-hometel.com
www.miracle-hometel-suvarnabhumi.com

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

7 Comments : more...

61 ตรื้ดๆ

วงรอบเล็ก ๆ ที่พะเยา

by Ich Soithong on ธ.ค..26, 2008, under ท่องเที่ยว

วงรอบเล็กๆ  ที่พะเยา
 

       คราวนี้ผมของเปิดเครื่องขับรถเที่ยวที่เมืองพะเยา ด้วยเช้าวันเบาๆ สบายๆ ที่ดรงแรงพะเยา นอร์ททิ์น  เลค  โรงแรมสบายๆ  ใกล้กว๊านพะเยา  เมื่อทุอย่งพร้อมสรรพ  ขบวนขับรถเที่ว ก็ออกเดินทางเที่ยวอำเภอเชียงคำ ซึ่งเป็นจุดหมายแรกของเราในวันนี้

       แค่หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ  ผ่านอภเภอจุนออกมาก็ถึงอำเภอเชียงคำ  ยามสายอากาศสบายๆ  แสดงแดงอบอุ่นๆ  ในความหนายเย็นแบบนี้ต้องไปเที่ยววัดครับ   ทำให้หัวใจอบอุ่นด้วยธรมเสียก่อนครับ   ก่อนเข้าอำเภอประมาณ 4  กิโลเมตร ทางซ้ายมือเป็นที่ตั้ง วันพระเจ้านั่งดิน  วันนี้มีความพิเศษ  วันนี้มีความพิเศษแต่งต่างกว่าวัดอื่นตรงที่พระประธานนั่งบนดิน   ไม่ได้นั่งบนฐานชุกชีเหมือนพระพุทธรูปในโบสถ์วัดอื่นๆ  วันที่ผมแวะไปนั้นได้ไปเจอกับบรรดานักเรียนของโรงเรียนเชียงคำวิทยาคมกลุ่มหนึ่ง  ชักชวนกันมาไหว้และนั่งสมาธิ นับว่าเป็นความคิดที่ดีของเหล่าบรรดาครูอาจารย์น่าสนับสนุน   และไปเป้าหมายต่อไป วันดนันตาราม  อยู่กลางเมืองเชียงคำ  เลยตลาดไปหน่อย  จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นวัดแบบไทยใหญ่  วิหารเป็นไม้ทั้งหลัง  หลังคาหน้าจั่วยกเป็นช่อชั้นลดหลั่นกันสวยงาม  มุงด้วยแป้นเกล็ด  (กระเบื้องไม้)  ภายในวิหารถ้าอยากรู้ว่าวิจิตรงดงามแค่ไหนต้องมาชมกันเอง แต่สวยจริงๆ ขอบอก


       ถ่ายรูปวัดไหว้พระอิ่มบุญกันทั่วหน้าแล้ว  ความจริงเชียงคำยังมีวัดไทยลื้ออีกหลายวันดที่น่าเที่ยวชม  เช่น วันแสนเมืองมา  วัดดอนชัย  ที่วันวัดมีตุงสวยๆ  แขวนประดับอยู่มากมาย  และวัดพระธาตุสบแวนทีมีต้นจามจุรีที่สวยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัดผมจึงได้เพียงแค่ 2 วัน
 


       จากโครงการหลวงเส้นทางเริ่มไต่ความสูงขึ้นลัดเลาะไปตามไหล่เขา  ประมาณ  4-5  กิโลเมตรก็จะเจอด่าน  เลยไปนิดจะเป็นที่จอดรถ  จุดชมวิว  ห้องน้ำ  ลานกางเต็นท์  มองจากชุดชววิวไปเป็นทิวเขา  ตรงโครงการหลวงเป็นแอ่งกระทะ  เจ้าหน้าที่บอกว่าทิวเขาบริเวณนี้ถ้าเป็นตอนเข้าจะปกคลุมไปด้วยหมอก  จากตรงนี้อีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงยอดภูลังกา แต่ไม่สามารถขึ้นไปยังภูลักกาได้  เพราะกำลังปรับปรุงเส้นทางที่เสียหายจากหน้าฝนที่ผ่านมา

ลงจากอุทยานแห่งชาติภูลังกาที่ขึ้นไปไม่ได้  เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียว  ตรงบ้านปังค่มีศูนย์หัตถกรรมจำหน่ายของที่ระลึกจากชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า  หรือเมี่ยน  ประชากรส่วนใหญ่ที่ตั้งรกรากอยู่ในแ ถบนี้  จากบ้านปังค่าไปนับว่าเส้นทางที่น่าขับรถเที่ยวเส้นทางหนึ่งทีเดียว  ด้วยริมถนนที่บ้านน้ำคะ  มองกลับไปจะเห็นเส้นทางที่ขับผ่านมา
 


       ก่อนออกจากเชียงคำผมก็ตรงดิ่งไปยังอุทยานแห่งชาติภูลักา  ก่อนถึง ผมได้แวะไปที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า  ที่นี่ได้จัดทำแปลงสาธิตเปิให้นักท่องที่ยวเข้าเยี่ยมชม  ท้งปลงสาธิตพืชผัก  ไม้ผล  และไม้ดอกสีสันสดใส   แปลงปลูกลดหลั่นไปตามเนินเขา  นอกจากนั้นภายในโครงการฯ  ยังมีบริการบ้านพักหลายหลัง  บรรยากาศเขาดีจริงๆ
 


       จากโครงการหลวงเส้นทางเริ่มไต่ความสูงขึ้นลัดเลาะไปตามไหล่เขา  ประมาณ  4-5  กิโลเมตรก็จะเจอด่าน  เลยไปนิดจะเป็นที่จอดรถ  จุดชมวิว  ห้องน้ำ  ลานกางเต็นท์  มองจากชุดชววิวไปเป็นทิวเขา  ตรงโครงการหลวงเป็นแอ่งกระทะ  เจ้าหน้าที่บอกว่าทิวเขาบริเวณนี้ถ้าเป็นตอนเข้าจะปกคลุมไปด้วยหมอก  จากตรงนี้อีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงยอดภูลังกา แต่ไม่สามารถขึ้นไปยังภูลักกาได้  เพราะกำลังปรับปรุงเส้นทางที่เสียหายจากหน้าฝนที่ผ่านมา

       ลงจากอุทยานแห่งชาติภูลังกาที่ขึ้นไปไม่ได้  เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียว  ตรงบ้านปังค่มีศูนย์หัตถกรรมจำหน่ายของที่ระลึกจากชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า  หรือเมี่ยน  ประชากรส่วนใหญ่ที่ตั้งรกรากอยู่ในแ ถบนี้  จากบ้านปังค่าไปนับว่าเส้นทางที่น่าขับรถเที่ยวเส้นทางหนึ่งทีเดียว  ด้วยริมถนนที่บ้านน้ำคะ  มองกลับไปจะเห็นเส้นทางที่ขับผ่านมา
 


       เยื้องๆ กับศาลาชมวิว  มีถนนลูรงตัดดิ่งข้ามเนินเขาเล็กๆ ไป  ปากทางมีป้าย ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงพะเยา 2  กิโลเมตร  กับโฮมสเตย์น้ำค่ะ 7 กิโลเมตร 

แวะชมบรรยากาศสักพักก็กลับมาที่ทางหลวงหมายเลข 1158  บนถนนเส้นนี้ถึงแม้ระยะทางไม่ยาวนัก  แต่อัดแน่นด้วยแหล่งท่องเที่ยว

       ขับมาถึงอุทยานแห่งช้าติถ้สะกิน  มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งแบบน้ำตก และที่โดดเด่นที่สุดก็คือถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำหลวงสะเกิน

       แล้วตรงต่อไปบนทางหลวงหมายเลข 1091  กิ่งอำเภอเชียงม่วน  ก่อนเข้าถึงอำเภอที่บ้านท่าฟ้าใต้ ที่นี่มีวัดไทยลื้อขึ้นชื่ออยุ่วันหนึ่ง คือ วันดท่าฟ้าใต้  

ถังเวลากลับบ้าน อำลาเมืองพะเยาแหม่งแห่งป่าต้นน้ำ  สุดท้ายขอฝากว่าเมืองพะเยา เมืองเล็กๆ ตัวเล็กแค่นี้ แต่ก็มีอะไรๆ ที่ใหญ่โตเกินตัวเยอะเลย ฝ่ามาเมือพะเยาคราวหน้าอย่ามัวแต่ไปนั่งแช่อยู่แค่ริมกว๊านดูสาวๆ มน. (มหาวิทยาลัยนเรศวร) ลองขับรถไปเที่ยวเมืองพะเยาหรือที่อื่นๆดูกันบ้าง

นิตยาสาร อสท. ปีที่ 49 ฉบับที่ 5  ธันวาคม 2551

www.sostho.co.th 

 

Leave a Comment :, , , more...

4 ตรื้ดๆ

Cuisine : Warm Winter

by Ich Soithong on ธ.ค..26, 2008, under Delicious


         
ใครๆที่ไม่ได้เดินทางไกลไปท่องเที่ยวที่ไหน  ก็หาความสุขและความอบอุ่นใจแบบสบายๆ  ในเมืองกรุงได้เช่นกัน  ไม่ว่าจะพาสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงไปรับประทานอาหารมือ้อร่อยสุดพิเศษตามร้านอาหาร  จัดปาร์ตี้สังสรรค์กลุ่มเล็ก ๆ กันสนุกที่บ้าน  หรือทำอาหารไปปิกนิกร่วมกันตามสวนสาธารณะ  ก็ถือเป็นความสุขความพึงพอใจและเพียงที่แตกต่างกันไป
 

          สำหรับ  Gourmet & Cuisine  ฉบับรับลมหนาวของปีนี้มีเรื่องราวดีๆ  มาฝากผู้อ่านเช่นเคย   ทั้งเรื่องของสูตรอาหารอร่อย  เครื่องดื่มดีๆ  ชอปปิงสนุกกับหลากหลายไอเดียในบ้านเรา  พร้อมกับเรื่องราวน่าสนใจของผู้ที่ทำงานในสายอาชีฟเชฟ  วงการบันเทิงและแวดวงธุรกิจ  ที่สับเปลี่ยนกันมาบอกเล่าสิ่งดีๆ  ที่ได้พานพบเป็นประสบการณ์ให้ผุ้อ่านได้รับรู้  โดยเนื้อหาสาระของ Gourmet & Cuisine  ฉบับนี้เน้นคอนเซ็ปต์หลัก อุ่นกายคลายหนาวด้วยเครื่องดื่มร้อนและขนมหวานนานาติ  เป็นเรื่องของเครื่องดื่มและขนมหวานที่อิงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเป็นสำคัญ  ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าสจใจและเหมาะแก่การดื่ม-กินในช่วงฤดูหนาวนี้  เพื่อนสร้างความอบอุ่นและเพิ่มพลังความแข็งแรงให้ร่างกายต้านความหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี  ใครได้อ่านฉบับนี้จึงอิ่มและอุ่นไปพร้อมๆกับเราเชียวล่ะ…
 


 

Cover Story

Warm  Winter Beverage and Desserts
อุ่นกายคลายหนาวด้วยเครื่องดื่มร้อนและขนมหวานนานาชาติเครื่องดื่มตามประเพณีนิยมกับเครื่องดื่มสากลนานาประเทศ

Star’s Choice

กินงาย  ได้สุขภาพไปกับ โฬม-พัชฏะ  นามปาน

อาหารการกินถือเป็นปัจจัยหลักในการทำงานหรือการทำอะไรก็แล้วแต่  เพราะอาหารเป็นแหล่งพลังงาน  ถ้าเราไม่มีอาหารที่ดีให้กับร่างกายก็จะทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอ    เพราะฉะนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า เราทำงานหนักมากเท่าใด  ก็ต้องกินอาหารชดเชยเข้าไปมากเท่านั้น  ที่สำคัญคือต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่


 

 

@ First Taste

ช่วงสิ้นปีอย่างนี้  คุณคงกำลังมองหารานอาหารดีๆ  สักร้านไว้ร่วมฉลองกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ อยู่เป็นแน่ @ First Taste ฉบับนี้จึงขออาสาพาคุณชิมร้านใหม่เผื่อให้คุณไว้เป็นทางเลือกสำหรับวันดีๆ  ในเดือนสุดท้ายของปี
 


 


On the sidewalk

ขนมหวานร้อนๆ  ไล่ความหนาว

ชวนท่านผู้อ่านไปลิ้มลองของหวานร้อนๆ เคล้าสายลมหนาว  ซึ่งนอกจากจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายแล้วยังได้ซึบซับบรรยากาศเย็นๆ ไปพร้อมกันด้วยเลย
 


          ยังมี คอลัม
Travel ที่พาไปท่องดินแดน Old Town Old Taste in Phuket  และ Special Trip   ท่องแดนชนเผ่าอินเดียในอเมริกา

 

พบกันได้ทั้งหมดกับ Gourmet & Cuisine  Issue 101 December 08

www.gourmetthai.com


 

 

Leave a Comment :, , , , , more...

368 ตรื้ดๆ

หินงาม-หลีแป๊ะ (ตะรุเตา2)

by chaomuang on ธ.ค..25, 2008, under ท่องเที่ยว

 


       เรือสปีดโบทลำใหญ่จาก อาดังซี แอดเวนเจอร์ทัวร์ มาคอยรับนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติมุ่งหน้าสู่ เกาะหลีเป๊ะ ด้วยระยะห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 40 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอเมืองสตูล 60 กิโลเมตร หรืออีกราวๆ ชั่วโมง จากเกาะตะรุเตาถึงเกาะหลีเป๊ะแล้ว     

 เกาะที่เรารู้ว่าเงียบสงบ หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลไล่โทนสีฟ้าอ่อนเข้มสวยงามอย่างยิ่ง มีเกาะต่างๆที่ขึ้นชื่อเรียงรายล้อมกันอยู่

       เมื่อคืนนี้เราค้างกันที่ เกาะตะรุเตา ที่เดิมเคยเป็นสถานที่กักขังนักโทษมาก่อน บรรยากาศจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ และความสงบของเกาะตะรุเตา แต่วันนี้เราออกจากเกาะตะรุเตาเวลาเกือบเที่ยง น่าจะถึงหลีเป๊ะ ประมาณเกือบบ่ายโมง ที่ว่าเวลาประมาณนั้น เพราะเรายัง ไม่ได้ไปถึงเกาะหลีเป๊ะในทันที

ว้า…..ววว เราเห็นเกาะหลีเป๊ะแล้ว แต่เอ๊ะ !!! ทำไมเรานั่งเรือไกลห่างออกไปทุกที

       ด้วยความใจดี ของคุณเดชา บวกกับเวลาเพียงครึ่งวันของการดำน้ำและเที่ยวเกาะรอบๆ เกาะหลีเป๊ะ เราต้องจัดคิวเที่ยวให้ดี ให้มันสุดคุ้มกันไปเลย เราลงเรือสปีดโบทกับสัมภาระเราทั้งหมด แล้วต่อด้วย เรือหางยาวที่รอรับตรงโป๊ะหน้าเกาะหลีเป๊ะ จากอาดังซีแอดเวนเจอร์ทัวร์ พาเรา ไปยังจุดแรกคือเกาะหินงาม

       เกาะหินงาม สมชื่อหินงาม เหมือนธรรมชาติบรรจงสร้างเกาะนี้ขึ้นมา เกาะที่มีแต่หินที่มีลวดลายสวยงามที่สะสมเป็นระยะเวลานับร้อยปี เกาะที่ไร้หาดทราย ยามน้ำทะเลซัดหินเหล่านี้จะเปียกชุ่มส่องประกายมันวาวสะท้อนไปทั่วหาด เรานั่งชมความมหัศจรรย์ของหินก้อนมนเหล่านี้

        พร้อมเรียงซ้อนกัน ถึงแม้อยากเก็บหินสวยงามกลับไปเป็นที่ระลึก ก็ไม่มีใครกล้าที่จะทำอย่างนั้น เพราะหินบนเกาะนี้ มีเจ้าพ่อตะรุเตาคอยเฝ้าดูแลรักษาอยู่ ผู้ใดทีบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานัปประการ


จริงๆ แล้ว ก็สมควรอยู่หรอกค่ะ ปล่อยให้อยู่คู่กับเกาะหินงามนี้แหล่ะค่ะ สวยกว่าจริงๆ

         เมฆฝนกำลังเคลื่อนเข้ามา พวกเราจึงต้องออกจากเกาะหินงามไปดำน้ำกันที่จุดดำน้ำสวยงามเพียงไม่กี่นาที เราก็หนีฝนไม่ทันจริงๆ ถึงแม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจแต่ท้องทะเลอันดามันสวยงามจนมิอาจห้ามใจกับอุปสรรคเพียงเท่านี้ ดำน้ำก็เปียกอยู่ดีใช่มั้ย โอย… เพื่อนๆ ค่ะ สุดจะบรรยาย ฝูงปลานับพันว่ายร้อบลอบตัวเราดั่งกับเราเป็นเพื่อนปลา เราดำเพียงแค่ผิวน้ำเท่านั้น ยังมีฝูงปลาสวยงามมากมายขนาดนี้ ถ้าลึกลงไปอีกคงหลงกันไปในโลกใต้น้ำกันเลย…

       แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงบ่ายแก่ มื้อกลางวันก็ยังไม่ได้กิน จะทนหิวไปถึงที่พักมีหวังเป็นลมเพราะเราใช้พลังงานไปหมดแล้วกับการดำน้ำ โชคดียังมี มาม่า ช่วยชีวิต กรุบกรอบ อร่อยเหาะไปเลย พอฝนซาเราก็เริ่มมุ่งหน้าสู่เกาะหลีเป๊ะที่พักของเรา

       ก้าวแรกที่เหยียบย่ำทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งบนเกาะหลีเป๊ะ ในใจบอกว่าเราต้องกลับมาที่นี่อีกแน่นอน เกาะหลีเป๊ะมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน จุดเด่นของเกาะของเกาะหลีเป๊ะคือ ความสมบูรณ์สวยงามเป็นธรรมชาติของปะการังและปลาทะเลสวยงามรอบเกาะ และเสน่ห์ของตัวเกาะเอง เราไม่รอช้ารีบนำสัมภาระเก็บและออกมาเล่นที่ชายหาด ไม่น่าเชื่อ…เพียงแค่ไม่มีเมตรจากหาดก็สามารถเห็นปลาการ์ตูนได้แล้ว …

 


เรือของชาวบ้านจอดรอนักท่องเที่ยวอยู๋นหน้าหาด


เที่ยบขนาดเรือนักท่องเที่ยว กับ เรือชาวบ้าน

        ตกเย็นหลังจากทานมื้อค่ำเราออกไปเดินเล่น บรรยากาศยามค่ำคืนครึกครื้นอยู่ไม่น้อย เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านอาหาร มินิบาร์ ตบท้ายค่ำคืนนี้ด้วยนั่งจิบเครื่องดื่มชิวล์ๆ ริมหาด มีความสุขจัง

       สิ่งสำคัญไม่ควรพลาดอีกอย่างคือรับอากาศยามอรุณรุ่ง เมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศยามเช้าของเกาะหลีเป๊ะคุณจะไม่อยากไปไหนเลย อยากอยู่ที่นี่ไปนานๆ อิจฉาชุมชนหรือนักท่องเที่ยวที่อยู่เป็นเดือนๆ เสียจริง น่าเสียดายเราต้องเดินทางกลับในเช้านี้แล้ว เรือสปีดโบทมารับประมาณ 9 โมง ถึงท่าเทียบเรือปากบารา 11 โมง

     ระยะเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่นั่งทบทวนภาพแห่งความสุข ที่เรามาเติมไฟด้วยรสชาติแห่งความสุข สนุกมันส์ และผจญภัย ถึงแม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่บอกได้เลยว่าที่นี่เป็นสวรรค์ธรรมชาติที่ได้สรรค์ สร้างไว้บนผืนทราย และท้องทะเลอันสวยงาม เราจะกลับมาอีกแน่นอน

สัญญาคราวหน้าจะมาให้ครบเลย ทั้ง อาดัง ราวี เพื่อนๆ โปรดติดตามกันน่ะค่ะ

บริษัท อาดัง ซี แอดเวนเจอร์ ทัวร์ 1076 ม.2 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
โทร. 074-783 338 มือถือ 08 9-735 7637 , 087-287 5883
Fax : 074-783 338
E-mail : adang_sea_tour@hotmail.com
noo_inn@hotmail.com

www.adangseatour.com

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

6 Comments :, , , , more...

เรื่องล่าสุด