Archive for ธันวาคม, 2008
93 ตรื้ดๆนาฎยศาลา เทอเรส (Naatayasala Terrace)
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under Delicious
![]() |
| นาฎยศาลา เทอเรส (Naatayasala Terrace)
สวนลุมไนท์พลาซ่ายามค่ำคืน วันนี้ยังคงมีเสน่ห์ไม่รู้คลายเหมือนเดิม นอกจากจะเป็นศูนย์รวมสินค้าคุณภาพมากมายแล้ว ยังมีร้านอาหารดีๆ บรรยากาศไทยๆ คอยให้บริการคุณอยู่
“นาฎยศาลา เทอเรส” ร้านอาหารไทย แห่งโรงละครนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์เธียเตอร์) หรือ Traditional Thai Puppet Theater เป็นร้านอาหารไทย บรรยากาศสบายๆแบบ OUT DOOR เมื่อท่านเข้ามาที่ร้านท่านจะพบกับการต้อนรับจากหุ่นละครเล็กและพนักงานในชุดไทยยกมือขึ้นบรรจงไหว้ทักทายทำให้รู้สึกอบอุ่นและประทับใจ ภายในร้านแห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยที่แสดงถึงความเป็นไทยอย่างเช่น การแสดงผลงานหัตกรรม และศิลปะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นละครเล็ก ซึ่งควรค่ากับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเน้นถึงความเป็นไทยทางนาฎยศาลา เทอเรส มอบความสุขเพิ่มขึ้นด้วยการแสดงดนตรีไทยสดๆ กับนักดนตรีที่มีฝีมือ (ที่โชว์ในทุกวันศุกร์ – อาทิตย์) คลอเคล้ากับอาหารอร่อยๆ
ต้มยำกุ้งผัดแห้ง กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆผัดกับเครื่องต้มยำแห้ง โรยด้วยใบมะกรูดกับตระไคร้ทอด ได้รสชาติต้มยำ ที่เข้มข้น
กุ้งแม่น้ำนึ่งนมสด นมสดนึ่งคล้ายๆกับไข่ตุ๋นที่ผสมกับมันกุ้ง อร่อยลิ้น นุ่มปาก รสชาติไม่เผ็ด แถมยังอร่อยกับกุ้งเนื้อแน่นเป็นเมนูที่เด็กๆและชาวต่างชาติจะชอบมาก
แกงเขียวหวานคู่กรรม น่ารับประทานมากๆกับลูกชิ้นปลากรายไส้ไข่แดง ที่ผ่าครึ่งแล้วจะมีไข่แดงอยู่ตรงกลาง หวานมันกำลังดี
สปาเก็ตตี้ผัดไทยกุ้งสด เมนูลูกครึ่ง ที่นำเส้นสปาเก็ตตี้สไตล์อิตาลีมาทำเป็นเส้นผัดไทย ก็อร่อยอีกแบบ
ยำผัดผักบุ้งทอดกรอบ เด็ดที่น้ำยำรสจัด ปกติแล้วจะเป็นหมูสับกับกุ้งในน้ำยำ ถ้าใครไม่ทานหมูก็สามารถเปลี่ยนเป็นไก่ได้
ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว ปลากะพงที่คัดขนาดประมาณ 7 ขีด นำมานึ่งซีอิ้วให้น้ำซอสเข้าถึงเนื้อปลาโรยด้วยผักต่างๆ อาทิ ต้นหอม เห็ดหอม และกระชาย ทำให้หอมน่าทาน รสชาติหวานเค็ม
แกงเผ็ดหมู เป็นแกงเผ็ดที่ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ถึงเครื่องแกงและกะทิ เป็นเมนูไทยๆที่ต่างชาตินิยมสั่งกันมาก เสร็จจากรับประทานอาหารอร่อยๆ ที่แนะนำกันไปให้แล้ว พลาดไม่ได้ที่จะแวะชมการแสดงหุ่นละครเล็กได้ภายในที่มีการจัดแสดงโชว์ไว้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 24.00 น. รับรองท่านจะเต็มอิ่มกับความเป็นไทยแน่ๆค่ะ สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-252-9685 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipuppet.com |
||||||||||
คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
5 ตรื้ดๆ
Soi Cowboy
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์
|
ไทย : ซอยคาวบอย
เนื้อเรื่องย่อ ในกรุงเทพฯ… มีชายต่างชาติร่างใหญ่ และหญิงไทยท้องแก่คู่หนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ซึ่งร่างกายที่อ้วนกลมของเขา ช่างดูต่างกันกับร่างกายที่เล็กและบอบบางของเธอลิบลับ เขามอบของขวัญให้กับเธอมากมาย จนทำให้ห้องของเธอเต็มไปด้วยตุ๊กตาที่น่ารัก แต่แท้จริงแล้วชีวิตของเธอ กลับต้องการแค่ความรู้สึกปลอดภัย และเขาคนเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เธอไม่ต้องกลับไปที่ซอยคาวบอยอีก ซอยคาวบอย… สถานที่ที่เขาได้พบเจอกับเธอครั้งแรก เธอรู้สึกชอบเขามาก แต่การที่เขา ต้องการมีเซ็กส์กับเธอบ่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและรู้สึกว่าเขาเป็นภาระของเธอ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกัน ที่ต่างจังหวัด… แก๊งค์มาเฟียวัยรุ่นชายคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้ทำการลอบสังหารพี่ชายตัวเอง เพราะพี่ชายของเขาไปทำให้ก้อย (โม-พิมพ์วลี ธรรมปัญญาสาน) แฟนของเฮียต้อย (สมรักษ์ คำสิงห์) ท้องแล้วทิ้ง เฮียต้อยเลยต้องการที่จะแก้แค้นให้กับแฟนสาวท้องแก่ของตัวเอง
|
||||||||||
58 ตรื้ดๆ
Bal Ganesh / พระพิฆเนศ : มหาเทพแห่งปัญญา
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์
|
วันที่เข้าฉาย : 8 มกราคม 2552
ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” หยิบเอาเรื่องราวในวัยเด็กของพระพิฆเนศ ตั้งแต่จุดกำเนิดเรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้มีเศียรเป็นคชสาร และบทบาทสำคัญในการช่วยปกปักษ์พิทักษ์โลกไว้ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เป็นภาพยนตร์ 3 D – Animation นำร่องงานภาพยนตร์ Animation เรื่องแรกของ Shemaroo Entertainment บริษัทสร้าง และจัดจำหน่ายภาพยนตร์เก่าแก่รายหนึ่งของประเทศอินเดีย โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1962 แต่เพิ่งมีการก่อตั้ง Shemaroo’s Animation Division ซึ่งเป็นส่วนรับผิดชอบสำหรับการผลิตภาพยนตร์ Animation โดยตรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากงานทางด้านภาพยนตร์แล้ว Shemaroo ยังมีผลงานทางด้านโทรทัศน์ และหนังสืออีกด้วย รวมทั้งเคยร่วมทำงานกับทาง โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ของอเมริกา ว่ากันว่าตลาดของภาพยนตร์ Animation สำหรับในอินเดียนั้นมีการเติบโตเฉลี่ยถึง 30% ต่อปี โดยมีการคาดหมายว่า ยอดรายได้ของ Animation Movie ในอินเดียจะก้าวขึ้นมาทำรายได้ถึง 869 ล้าน ยูเอส.ดอลลาร์ ได้ภายในไม่เกินปี 2010 ที่จะถึงนี้ และในช่วงปี 2007-2008 ภาพยนตร์ Animation แต่ละเรื่องที่ออกฉายก็ล้วนทำรายได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ คือเฉลี่ยแล้วจะตกราว 12-14 ล้าน ยูเอส.ดอลลาร์
สำหรับภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เกิดขึ้นด้วยความมุ่งหวังที่จะให้เป็นงานซึ่ง “เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี” ขณะเดียวกันการหยิบเอาเรื่องราวของพระพิฆเนศมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Animation ด้านหนึ่งก็มาจากความเชื่อมั่นว่า เรื่องราวของพระพิฆเนศนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่คนอินเดีย แต่มีคนทั่วโลกจำนวนมหาศาลที่ไม่เพียงแต่จะรู้จักพระพิฆเนศเท่านั้น หากยังนับถือ เลื่อมใส เคารพ ศรัทธา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสิ่งหนึ่งของชีวิตทีเดียว เพราะเป็นที่เชื่อกันว่า พระพิฆเนศนั้นเป็นมหาเทพแห่งปัญญาที่จะนำพาผู้เคารพบูชาผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง….ก้าวไปสู่ความสำเร็จในที่สุดได้ ในความเป็นภาพยนตร์ 3 D – Animation ทำให้ภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ดูมีชีวิตชีวากว่าภาพยนตร์การ์ตูน 2 D ในอดีต และนอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจแบบดูสนุกทั้งเด็กผู้ใหญ่ ให้ดูกันแบบแทบไม่กระพริบตาตลอดเวลาความยาวร่วม 100 นาทีของภาพยนตร์แล้ว ภาพยนตร์ก็ยังเต็มไปด้วยสีสันของเส้นสายงานเขียนตัวการ์ตูน พร้อมไปด้วยความบันเทิงควบคู่ไปด้วย และที่ขาดไม่ได้สำหรับความเป็นภาพยนตร์จากประเทศอินเดีย ก็จะมีบทเพลงอันไพเราะแทรกเข้ามาในภาพยนตร์ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ซึ่งสำหรับเด็ก ๆ หรือคนที่อาจจะไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาของพระพิฆเนศมากนัก ก็จะเป็นโอกาสที่ได้รับรู้ไปพร้อม ๆ กัน ผู้กำกับฯ Pankaj Sharma แม้จะเคยผ่านการทำงานสร้างภาพยนตร์โดยปกติมาก่อน ทั้งจากการเป็นมือตัดต่อลำดับภาพในยุคแรก ๆ จนมามีงานทีวี ซีรี่ส์ ยอดฮิตที่โชว์เทคนิคด้าน “สเปเชียล เอฟเฟ็ค” เรื่อง “Hukum Mere aaka” ระดับรางวัลมาแล้ว แต่ภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ก็ถือว่าเป็นการ “ลองของใหม่” ของเขา เพราะเป็นการหันมาทำงานภาพยนตร์ Animation จอใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งขั้นตอนในการพัฒนางานชิ้นนี้กว่าจะสำเร็จก็ใช้เวลาทำงานอย่างหนักติดต่อกันถึง 18 เดือน และพูดได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับพระพิฆเนศในรูปของภาพยนตร์ 3 D – Animation อีกด้วย ซึ่งเทคนิคของการสร้างงานภาพยนตร์ Animation CGI ก็ทำให้ผู้กำกับฯ Pankaj Sharma เกิดหลงเสน่ห์การสร้างภาพยนตร์ Animation ถึงขนาดพอสร้างภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เรื่องนี้เสร็จออกมา ยังไม่ทันหายเหนื่อยเท่าไร เขาก็ประกาศว่า งานชิ้นต่อไปที่จะทำก็คือ อยากจะสร้างภาพยนตร์ Animation อีกต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นภาค 2 ของภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ก็เป็นได้ พร้อมกับมักจะพูดอยู่เสมอว่า ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เรื่องนี้คือ ความภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” นอกจากจะกวาดรายได้ยอดเยี่ยมทั้งในอินเดีย และต่างประเทศ (ทั้งในอเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย-ตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ) แล้ว ล่าสุดยังพิชิต 2 รางวัลใหญ่จาก Li’l STAR Awards 2008 ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดย Red Chillies Entertainment และมุ่งพิจารณาถึงภาพยนตร์สำหรับเด็กทั้งหลาย สำหรับ 2 รางวัลใหญ่ที่ได้รับก็คือในสาขา “ภาพยนตร์ Animation ยอดเยี่ยมแห่งปี” (Best Animated Film) และ “คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูน Animation ยอดเยี่ยม” (Best Animated Character) โดยรางวัลดังกล่าวเพิ่งประกาศผลรางวัลไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ที่ผ่านมา ณ Yash Raj Studios ในนครมุมไบ โดยเบียดภาพยนตร์การ์ตูนคู่แข่งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงอย่าง “Ghatothkach -Master of Magic”,“Return of Hanuman” และ “Dashavatar” สำหรับในประเทศไทย อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเม็นท์ เตรียมนำสุดยอดภาพยนตร์ 3 D – Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญมาแล้วทั่วโลก เปิดโปรแกรมยักษ์รับศักราชใหม่ เริ่มพฤหัสที่ 8 มกราคม 2552 เป็นต้นไป พร้อมกันทุกเครือโรงภาพยนตร์ ทั่วทั้งแผ่นดิน
|
||||||||||
|
|



















































