Archive for ธันวาคม, 2008
487 ตรื้ดๆนาฎยศาลา เทอเรส (Naatayasala Terrace)
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under Delicious
![]() |
| นาฎยศาลา เทอเรส (Naatayasala Terrace)
สวนลุมไนท์พลาซ่ายามค่ำคืน วันนี้ยังคงมีเสน่ห์ไม่รู้คลายเหมือนเดิม นอกจากจะเป็นศูนย์รวมสินค้าคุณภาพมากมายแล้ว ยังมีร้านอาหารดีๆ บรรยากาศไทยๆ คอยให้บริการคุณอยู่
“นาฎยศาลา เทอเรส” ร้านอาหารไทย แห่งโรงละครนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์เธียเตอร์) หรือ Traditional Thai Puppet Theater เป็นร้านอาหารไทย บรรยากาศสบายๆแบบ OUT DOOR เมื่อท่านเข้ามาที่ร้านท่านจะพบกับการต้อนรับจากหุ่นละครเล็กและพนักงานในชุดไทยยกมือขึ้นบรรจงไหว้ทักทายทำให้รู้สึกอบอุ่นและประทับใจ ภายในร้านแห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยที่แสดงถึงความเป็นไทยอย่างเช่น การแสดงผลงานหัตกรรม และศิลปะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นละครเล็ก ซึ่งควรค่ากับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเน้นถึงความเป็นไทยทางนาฎยศาลา เทอเรส มอบความสุขเพิ่มขึ้นด้วยการแสดงดนตรีไทยสดๆ กับนักดนตรีที่มีฝีมือ (ที่โชว์ในทุกวันศุกร์ – อาทิตย์) คลอเคล้ากับอาหารอร่อยๆ
ต้มยำกุ้งผัดแห้ง กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆผัดกับเครื่องต้มยำแห้ง โรยด้วยใบมะกรูดกับตระไคร้ทอด ได้รสชาติต้มยำ ที่เข้มข้น
กุ้งแม่น้ำนึ่งนมสด นมสดนึ่งคล้ายๆกับไข่ตุ๋นที่ผสมกับมันกุ้ง อร่อยลิ้น นุ่มปาก รสชาติไม่เผ็ด แถมยังอร่อยกับกุ้งเนื้อแน่นเป็นเมนูที่เด็กๆและชาวต่างชาติจะชอบมาก
แกงเขียวหวานคู่กรรม น่ารับประทานมากๆกับลูกชิ้นปลากรายไส้ไข่แดง ที่ผ่าครึ่งแล้วจะมีไข่แดงอยู่ตรงกลาง หวานมันกำลังดี
สปาเก็ตตี้ผัดไทยกุ้งสด เมนูลูกครึ่ง ที่นำเส้นสปาเก็ตตี้สไตล์อิตาลีมาทำเป็นเส้นผัดไทย ก็อร่อยอีกแบบ
ยำผัดผักบุ้งทอดกรอบ เด็ดที่น้ำยำรสจัด ปกติแล้วจะเป็นหมูสับกับกุ้งในน้ำยำ ถ้าใครไม่ทานหมูก็สามารถเปลี่ยนเป็นไก่ได้
ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว ปลากะพงที่คัดขนาดประมาณ 7 ขีด นำมานึ่งซีอิ้วให้น้ำซอสเข้าถึงเนื้อปลาโรยด้วยผักต่างๆ อาทิ ต้นหอม เห็ดหอม และกระชาย ทำให้หอมน่าทาน รสชาติหวานเค็ม
แกงเผ็ดหมู เป็นแกงเผ็ดที่ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ถึงเครื่องแกงและกะทิ เป็นเมนูไทยๆที่ต่างชาตินิยมสั่งกันมาก เสร็จจากรับประทานอาหารอร่อยๆ ที่แนะนำกันไปให้แล้ว พลาดไม่ได้ที่จะแวะชมการแสดงหุ่นละครเล็กได้ภายในที่มีการจัดแสดงโชว์ไว้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 24.00 น. รับรองท่านจะเต็มอิ่มกับความเป็นไทยแน่ๆค่ะ สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-252-9685 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipuppet.com |
||||||||||
คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
28 ตรื้ดๆ
Soi Cowboy
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์
|
ไทย : ซอยคาวบอย
เนื้อเรื่องย่อ ในกรุงเทพฯ… มีชายต่างชาติร่างใหญ่ และหญิงไทยท้องแก่คู่หนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ซึ่งร่างกายที่อ้วนกลมของเขา ช่างดูต่างกันกับร่างกายที่เล็กและบอบบางของเธอลิบลับ เขามอบของขวัญให้กับเธอมากมาย จนทำให้ห้องของเธอเต็มไปด้วยตุ๊กตาที่น่ารัก แต่แท้จริงแล้วชีวิตของเธอ กลับต้องการแค่ความรู้สึกปลอดภัย และเขาคนเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เธอไม่ต้องกลับไปที่ซอยคาวบอยอีก ซอยคาวบอย… สถานที่ที่เขาได้พบเจอกับเธอครั้งแรก เธอรู้สึกชอบเขามาก แต่การที่เขา ต้องการมีเซ็กส์กับเธอบ่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและรู้สึกว่าเขาเป็นภาระของเธอ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกัน ที่ต่างจังหวัด… แก๊งค์มาเฟียวัยรุ่นชายคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้ทำการลอบสังหารพี่ชายตัวเอง เพราะพี่ชายของเขาไปทำให้ก้อย (โม-พิมพ์วลี ธรรมปัญญาสาน) แฟนของเฮียต้อย (สมรักษ์ คำสิงห์) ท้องแล้วทิ้ง เฮียต้อยเลยต้องการที่จะแก้แค้นให้กับแฟนสาวท้องแก่ของตัวเอง
|
||||||||||
541 ตรื้ดๆ
Bal Ganesh / พระพิฆเนศ : มหาเทพแห่งปัญญา
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์
|
วันที่เข้าฉาย : 8 มกราคม 2552
ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” หยิบเอาเรื่องราวในวัยเด็กของพระพิฆเนศ ตั้งแต่จุดกำเนิดเรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้มีเศียรเป็นคชสาร และบทบาทสำคัญในการช่วยปกปักษ์พิทักษ์โลกไว้ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เป็นภาพยนตร์ 3 D – Animation นำร่องงานภาพยนตร์ Animation เรื่องแรกของ Shemaroo Entertainment บริษัทสร้าง และจัดจำหน่ายภาพยนตร์เก่าแก่รายหนึ่งของประเทศอินเดีย โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1962 แต่เพิ่งมีการก่อตั้ง Shemaroo’s Animation Division ซึ่งเป็นส่วนรับผิดชอบสำหรับการผลิตภาพยนตร์ Animation โดยตรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากงานทางด้านภาพยนตร์แล้ว Shemaroo ยังมีผลงานทางด้านโทรทัศน์ และหนังสืออีกด้วย รวมทั้งเคยร่วมทำงานกับทาง โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ของอเมริกา ว่ากันว่าตลาดของภาพยนตร์ Animation สำหรับในอินเดียนั้นมีการเติบโตเฉลี่ยถึง 30% ต่อปี โดยมีการคาดหมายว่า ยอดรายได้ของ Animation Movie ในอินเดียจะก้าวขึ้นมาทำรายได้ถึง 869 ล้าน ยูเอส.ดอลลาร์ ได้ภายในไม่เกินปี 2010 ที่จะถึงนี้ และในช่วงปี 2007-2008 ภาพยนตร์ Animation แต่ละเรื่องที่ออกฉายก็ล้วนทำรายได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ คือเฉลี่ยแล้วจะตกราว 12-14 ล้าน ยูเอส.ดอลลาร์
สำหรับภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เกิดขึ้นด้วยความมุ่งหวังที่จะให้เป็นงานซึ่ง “เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี” ขณะเดียวกันการหยิบเอาเรื่องราวของพระพิฆเนศมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Animation ด้านหนึ่งก็มาจากความเชื่อมั่นว่า เรื่องราวของพระพิฆเนศนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่คนอินเดีย แต่มีคนทั่วโลกจำนวนมหาศาลที่ไม่เพียงแต่จะรู้จักพระพิฆเนศเท่านั้น หากยังนับถือ เลื่อมใส เคารพ ศรัทธา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสิ่งหนึ่งของชีวิตทีเดียว เพราะเป็นที่เชื่อกันว่า พระพิฆเนศนั้นเป็นมหาเทพแห่งปัญญาที่จะนำพาผู้เคารพบูชาผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง….ก้าวไปสู่ความสำเร็จในที่สุดได้ ในความเป็นภาพยนตร์ 3 D – Animation ทำให้ภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ดูมีชีวิตชีวากว่าภาพยนตร์การ์ตูน 2 D ในอดีต และนอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจแบบดูสนุกทั้งเด็กผู้ใหญ่ ให้ดูกันแบบแทบไม่กระพริบตาตลอดเวลาความยาวร่วม 100 นาทีของภาพยนตร์แล้ว ภาพยนตร์ก็ยังเต็มไปด้วยสีสันของเส้นสายงานเขียนตัวการ์ตูน พร้อมไปด้วยความบันเทิงควบคู่ไปด้วย และที่ขาดไม่ได้สำหรับความเป็นภาพยนตร์จากประเทศอินเดีย ก็จะมีบทเพลงอันไพเราะแทรกเข้ามาในภาพยนตร์ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ซึ่งสำหรับเด็ก ๆ หรือคนที่อาจจะไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาของพระพิฆเนศมากนัก ก็จะเป็นโอกาสที่ได้รับรู้ไปพร้อม ๆ กัน ผู้กำกับฯ Pankaj Sharma แม้จะเคยผ่านการทำงานสร้างภาพยนตร์โดยปกติมาก่อน ทั้งจากการเป็นมือตัดต่อลำดับภาพในยุคแรก ๆ จนมามีงานทีวี ซีรี่ส์ ยอดฮิตที่โชว์เทคนิคด้าน “สเปเชียล เอฟเฟ็ค” เรื่อง “Hukum Mere aaka” ระดับรางวัลมาแล้ว แต่ภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ก็ถือว่าเป็นการ “ลองของใหม่” ของเขา เพราะเป็นการหันมาทำงานภาพยนตร์ Animation จอใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งขั้นตอนในการพัฒนางานชิ้นนี้กว่าจะสำเร็จก็ใช้เวลาทำงานอย่างหนักติดต่อกันถึง 18 เดือน และพูดได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับพระพิฆเนศในรูปของภาพยนตร์ 3 D – Animation อีกด้วย ซึ่งเทคนิคของการสร้างงานภาพยนตร์ Animation CGI ก็ทำให้ผู้กำกับฯ Pankaj Sharma เกิดหลงเสน่ห์การสร้างภาพยนตร์ Animation ถึงขนาดพอสร้างภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เรื่องนี้เสร็จออกมา ยังไม่ทันหายเหนื่อยเท่าไร เขาก็ประกาศว่า งานชิ้นต่อไปที่จะทำก็คือ อยากจะสร้างภาพยนตร์ Animation อีกต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นภาค 2 ของภาพยนตร์ “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ก็เป็นได้ พร้อมกับมักจะพูดอยู่เสมอว่า ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” เรื่องนี้คือ ความภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา ภาพยนตร์ Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” นอกจากจะกวาดรายได้ยอดเยี่ยมทั้งในอินเดีย และต่างประเทศ (ทั้งในอเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย-ตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ) แล้ว ล่าสุดยังพิชิต 2 รางวัลใหญ่จาก Li’l STAR Awards 2008 ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดย Red Chillies Entertainment และมุ่งพิจารณาถึงภาพยนตร์สำหรับเด็กทั้งหลาย สำหรับ 2 รางวัลใหญ่ที่ได้รับก็คือในสาขา “ภาพยนตร์ Animation ยอดเยี่ยมแห่งปี” (Best Animated Film) และ “คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูน Animation ยอดเยี่ยม” (Best Animated Character) โดยรางวัลดังกล่าวเพิ่งประกาศผลรางวัลไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ที่ผ่านมา ณ Yash Raj Studios ในนครมุมไบ โดยเบียดภาพยนตร์การ์ตูนคู่แข่งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงอย่าง “Ghatothkach -Master of Magic”,“Return of Hanuman” และ “Dashavatar” สำหรับในประเทศไทย อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเม็นท์ เตรียมนำสุดยอดภาพยนตร์ 3 D – Animation “พระพิฆเนศ:มหาเทพแห่งปัญญา” หรือ “Bal Ganesh” ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญมาแล้วทั่วโลก เปิดโปรแกรมยักษ์รับศักราชใหม่ เริ่มพฤหัสที่ 8 มกราคม 2552 เป็นต้นไป พร้อมกันทุกเครือโรงภาพยนตร์ ทั่วทั้งแผ่นดิน
|
||||||||||
19 ตรื้ดๆ
Quarantine: อพาร์ทเมนต์ติดเชื้อสยองโลก
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์
|
Quarantine เป็นผลงาน Remakeแบบฉากต่อฉาก จากหนังสยองขวัญชื่อดังของสเปนปี 2007 เรื่อง [●REC] ใช้วิธีการถ่ายทำเหมือนกับ The Blair Witch Project และ Cloverfield จึงทำให้คนดูได้อารมณ์เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง (บางคนก็ได้อารมณ์เสมือนจะอ้วก )
ชื่ออื่นๆ : Quarantined Plot: นักข่าวสาว Angela Vidal พร้อมกับตากล้อง ถูกมอบหมายให้เกาะติดชีวิตการทำงานกะดึกของนักดับเพลิงแห่งหนึ่งใน Los Angeles เมื่อไปถึง พวกเขาก็พบว่ามีตำรวจมาถึงเรียบร้อยแล้ว เพราะได้รับแจ้งว่ามีกรีดร้องออกมาจากห้องหนึ่งในอพาร์ทเมนต์นี้ ทั้งหมดก็ขึ้นไปยังห้องที่เป็นต้นตอของเสียงร้อง และได้พบหญิงแก่มีอาการแปลกๆ เหมือนกับติดเชื้ออะไรบางอย่าง เมื่อจู่ๆ หญิงแก่กระโจนเข้ากัดตำรวจคนนึง เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เมื่อทุกคนไม่สามารถออกจากอพาร์ทเมนต์นี้ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่จากกองควบคุมโรคติดต่อ มาปิดล้อมห้ามทุกคนออกจากอพาร์ทเมนต์ ทั้งโทรศัพท์, Internet, ทีวี ก็ไม่สามารถใช้งานได้ โดยนักข่าวสาวก็ยังคงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดผ่านกล้องตลอดเวลา
Angela Vidal (Jennifer Carpenter) นักข่าวสาวสวย คนที่เหลืออยู่, นักดับเพลิง, ตำรวจ รวมถึง Angela และตากล้องของเธอ ต่างก็อยู่ในความหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางหญิงแก่ที่คลุ้มคลั่ง ตำรวจที่เพิ่งโดนกัด และเชื้อโรคลึกลับที่ยังหาคำตอบไม่ได้ Teaser Posterของ Quarantine โปสเตอร์ของ [●REC] ต้นฉบับ Quarantine ผลงานกำกับของ John Erick Dowdle นำแสดงโดย Jennifer Carpenter (จาก The Exorcism of Emily Rose) ในบทของนักข่าวสาว Angela Vidal ยังมี Jay Hernandez ร่วมแสดงด้วย ภาพบางส่วนจากตัวอย่าง
สยองมากกกก แต่ก็น่าดูมาก
|
||||||||||
142 ตรื้ดๆ
Yes Man เยสแมน คนมันรุ่งเพราะมุ่งเซย์ “เยส”
by chaomuang on ธ.ค..30, 2008, under ภาพยนตร์
|
ชื่อไทย : เยสแมน คนมันรุ่ง…เพราะมุ่งเซย์ “เยส”
เนื้อเรื่องย่อ คาร์ล อัลเลน ชายหนุ่มที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่ กับการพูดแต่คำว่า “ไม่” จนกระทั่งเขาได้เข้าร่วมกับโครงการช่วยเหลือด้วยตนเองโดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงข้อเดียว: คือการพูดว่า “ได้” กับทุก ๆ อย่าง…และไม่ว่ากับอะไรก็ตาม การปลดปล่อยพลังของคำว่า “ได้” เริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของคาร์ลไปในทางที่น่ามหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง ทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งงานและเปิดประตูหัวใจให้กับรักครั้งใหม่ แต่ความกระตือรือร้นของเขาในการที่จะรวบเอาทุก ๆ โอกาสไว้อาจจะกลายมาเป็นเรื่องดี ๆ ที่มากเกินไปก็ได้
Yes Man นำแสดงโดยจิม แคร์รี่ซึ่งรับบทเป็น คาร์ล อัลเลน ชายหนุ่มที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่ – กับการพูดแต่คำว่า “ไม่” – จนกระทั่งเขาได้เข้าร่วมกับโครงการช่วยเหลือด้วยตนเองโดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงข้อเดียว: คือการพูดว่า “ได้” กับทุก ๆ อย่าง…และไม่ว่ากับอะไรก็ตาม การปลดปล่อยพลังของคำว่า “ได้” เริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของคาร์ลไปในทางที่น่ามหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง ทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งงานและเปิดประตูหัวใจให้กับรักครั้งใหม่ แต่ความกระตือรือร้นของเขาในการที่จะรวบเอาทุก ๆ โอกาสไว้อาจจะกลายมาเป็นเรื่องดี ๆ ที่มากเกินไปก็ได้ เพย์ตัน รีด (The Break-Up, Bring It On) กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Yes Man จากการเขียนบทภาพยนตร์ของ นิโคลาส สโตลเลอร์และจาเรด พอล & แอนดรูว์ โมเกล โดยมีเค้าโครงมาจากหนังสือของ แดนนี่ วอลเลซ ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยริชาร์ด ดี ซานุค เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง (จากเรื่อง Driving Miss Daisy, Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street) และเดวิด เฮย์แมน (ภาพยนตร์เรื่อง Harry Pottter และ I Am Legend) โดยมีมาร์ตี้ อีวิ่ง, ดานา โกล์ดเบิร์ก และบรูซ เบอร์แมนรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหาร ภาพยนตร์เรื่อง Yes Man ยังร่วมแสดงโดย ซูอี้ เดสชาเนล (Bridge to Terabithia) แบรดลี่ คูเปอร์ (Wedding Crashers) จอห์น ไมเคิล ฮิคกิ้นส์ (Fred Claus) และเทอร์เรนซ์ สแตมป์ (Get Smart) ดารานักแสดงยังรวมไปถึง ริส ดาร์บี้, แดนนี่ มาสเตอร์สัน, ฟิออนนูล่า ฟลานาแกน, ซาช่า อเล็กซานเดอร์, มอลลี่ ซิมส์ เบรนท์ บริสโค, ร็อคกี้ แคร์รอล, จอห์น โคทราน และสเปนเซอร์ การ์เรต “Yes Man” จัดจำหน่ายทั่วโลกโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และในบางพื้นที่โดยวิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส
|
||||||||||
11,305 ตรื้ดๆ
10 ที่เที่ยวในหน้าหนาวของไทย (ภาคเหนือ)
by chaomuang on ธ.ค..27, 2008, under ท่องเที่ยว, สถานที่
อากาศบ้านเราเริ่มหนาวแล้ว สถานที่ต่างๆ เริ่มมีบรรดานักท่องเที่ยว ทยอยขึ้นดอยสัมผัสความหนาว ทะเลหมอก น้ำค้าง และสายลมกันบ้างแล้ว ชีวิตคนเมืองอย่างเราไม่ค่อยได้สัมผัสอากาศหนาวเท่าไรนัก (นอกจากความหนาวจาก แอร์คอนดิชั่น) แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัด ก็พอจะมีโอกาสได้รับรู้ถึงความหนาวกันบ้าง ยิ่งบนยอดดอยไม่ต้องพูดถึง บางแห่งหนาวเกือบตลอดทั้งปี
สำหรับวันนี้ เรามีสถานที่ ที่น่าสนใจ 10 แห่ง ที่มักจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาสัมผัสความหนาวให้ได้รู้จักกัน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทือกเขาทางภาคเหนือ ลองมาดูกันซิคะว่าเราเคยไปเที่ยวกันครบทั้งสิบแห่งหรือยัง
ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,599 เมตร) จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ มี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายจุด
น้ำตกแม่ยะน้ำสีโคลน
2. ดอยอ่างขาง
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำหลายสาย สถานที่น่าสนใจ ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ทุ่งหญ้ากงวัง ถ้ำผาหงษ์ สวนสนบ้านแปก สวนสนภูกุ่มข้าว น้ำตกซำผักคาว น้ำตกทรายแก้ว น้ำตกทรายเงิน น้ำตกเหวทราย น้ำตกทรายทอง ภูผาจิต หนองปลาไหล หนองน้ำขุ่น น้ำตกตาดพรานบา ผาล้อม ผากอง ถ้ำใหญ่น้ำ
ดอยผาตั้ง อยู่บนเทือกดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวสองฝั่งโขง ไทย-ลาว และทะเลหมอก บนดอยมีหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะ ชาวจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็น ส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล
6. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
7. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
8. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ – ดอยแม่เหาะ จ.แม่ฮ่องสอน
10. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ที่น่าสนใจอื่นๆที่ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวไป 1. ปางอุ๋ง
หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
2. ปาย
ในฤดูหนาวที่เยือนมาอีกรอบหนึ่งของเมืองไทย หลายๆคนจัดแจงวางแผนบุกป่าผ่าเขาเพื่อค้นหาความเยือกเย็นที่ปีหนึ่งจะมีสักครั้งที่แน่ๆ เกือบทั้งหมดนั้นเดินทางขึ้นเหนือ จะไปที่ไหนก็ตามแต่ ที่นี่หลายคนบอกว่าไม่ควรพลาด อ.ปาย ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปาย เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ “ปาย”ได้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ อ้วก + หลับ = แม่ฮ่องสอน
3. ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ บ้านทับเบิก ต.วังตาล ห่างจากอ.หล่มเก่า 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กม. มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ ชาวเพชรบูรณ์เรียกว่า “ภูทับเบิก”
ภูทับเบิก มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ ต้นไม้เมืองหนาวและน้ำตก มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเข้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์
ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 ต.วังตาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงทำให้ภูทับเบิกมีสีสันด้วยวิถีชาวไทยภูเขา ซึ่งประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิง ก่อนตัดสินใจเดินทาง ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม หากขับรถคนเดียวต้องจอดพักบ่อยๆ ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง แล้วอย่าลืมหยิบกระเป๋าตังค์ไปด้วยนะครับ ขอขอบคุณสมาชิกมัลติพลายทุกท่านที่ส่งภาพสวยๆมาเพื่อเผยแพร่ความงามของเมืองไทย ไทยเที่ยวไทย ไปได้ทั้งปี
|
ภาพนี้ต้องขยาย คลิ้กที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ สามารถComment ได้
นำเสนอข่าวโดย เมืองไทย.คอม
ผู้สนับสนุน/ที่มาของข่าว |
171 ตรื้ดๆ
Miracle Hometel
by chaomuang on ธ.ค..26, 2008, under Hotel Resort and Spa, ภาคกลาง
![]() ![]()
|
|||||||||||
|
โรงแรมมิราเคิล โฮมเทลสุวรรณภูมิ ( Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel) มิราเคิลโฮมเทล เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ได้ทำการเปิด Soft Opening ไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 มีทั้งหมด 85 ห้อง ทั้งแบบ Superior ,Deluxe , Junior Suite & Miracle Suite โดยมีขนาดของห้องตั้งแต่ 36 จนถึง 84 ตรม. Miracle Suite * * * * * * * * Junior Suite * * * * * * * * * Deluxe Room * * * * * * * * Superior Room
นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม ซึ่งมีขนาดย่อมจนถึงขนาดใหญ่ . ฟิตเนส , สปา , ห้องอาหารจีนไชน่ามูน , ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ และคอฟฟี่ช็อปเปรมประชากร ที่เปิดอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม.
รวมถึงสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติ และสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างสวยงาม ปัจจุบันมิราเคิลโฮมเทล กำลังขยายพื้นที่เพิ่มเติม โดยจะมีห้องพักเพิ่มขึ้นอีกโดยประมาณ 80 ห้อง ยังไม่รวมพื้นที่ที่จะขยายเพิ่มเติมในส่วนของฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแถบสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทั้งแบบเป็นทางการและแบบเป็นกันเอง โรงแรมมิราเคิล โฮมเทลสุวรรณภูมิ ( Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel)
|
คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel . Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel . Miracle Hometel Suvarnabhumi Hotel . Miracle Coffe Shop . Miracle Coffe Shop . Miracle Coffe Shop . Miracle Coffe Shop . Miracle Coffe Shop . Miracle Coffe Shop . Miracle Suite . Miracle Suite . Miracle Suite . Miracle Suite . Miracle Suite . Miracle Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Junior Suite . Deluxe Room . Deluxe Room . Deluxe Room . Deluxe Room . Deluxe Room . Superior Room . Superior Room . Superior Room . Superior Room . Superior Room . Rajathewa Function Room . Rajathewa Function Room . Rajathewa Function Room . Rajathewa Function Room . Miracle Hometel Pool . Miracle Hometel Fitness . Miracle Spa . Miracle Spa . Miracle Spa . Miracle Spa . Miracle Spa . Chaina Moon Restaurant . Chaina Moon Restaurant . Edo Japanese Restaurant . Chaina Moon Restaurant . Edo Japanese Restaurant . Edo Japanese Restaurant . Edo Japanese Restaurant .
61 ตรื้ดๆ
วงรอบเล็ก ๆ ที่พะเยา
by Ich Soithong on ธ.ค..26, 2008, under ท่องเที่ยว
|
4 ตรื้ดๆ
Cuisine : Warm Winter
by Ich Soithong on ธ.ค..26, 2008, under Delicious
|
368 ตรื้ดๆ
หินงาม-หลีแป๊ะ (ตะรุเตา2)
by chaomuang on ธ.ค..25, 2008, under ท่องเที่ยว
![]() ![]() |
|
||||||||||
| เรือสปีดโบทลำใหญ่จาก อาดังซี แอดเวนเจอร์ทัวร์ มาคอยรับนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติมุ่งหน้าสู่ เกาะหลีเป๊ะ ด้วยระยะห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 40 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอเมืองสตูล 60 กิโลเมตร หรืออีกราวๆ ชั่วโมง จากเกาะตะรุเตาถึงเกาะหลีเป๊ะแล้ว
เกาะที่เรารู้ว่าเงียบสงบ หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลไล่โทนสีฟ้าอ่อนเข้มสวยงามอย่างยิ่ง มีเกาะต่างๆที่ขึ้นชื่อเรียงรายล้อมกันอยู่
เมื่อคืนนี้เราค้างกันที่ เกาะตะรุเตา ที่เดิมเคยเป็นสถานที่กักขังนักโทษมาก่อน บรรยากาศจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ และความสงบของเกาะตะรุเตา แต่วันนี้เราออกจากเกาะตะรุเตาเวลาเกือบเที่ยง น่าจะถึงหลีเป๊ะ ประมาณเกือบบ่ายโมง ที่ว่าเวลาประมาณนั้น เพราะเรายัง ไม่ได้ไปถึงเกาะหลีเป๊ะในทันที
ว้า…..ววว เราเห็นเกาะหลีเป๊ะแล้ว แต่เอ๊ะ !!! ทำไมเรานั่งเรือไกลห่างออกไปทุกที ด้วยความใจดี ของคุณเดชา บวกกับเวลาเพียงครึ่งวันของการดำน้ำและเที่ยวเกาะรอบๆ เกาะหลีเป๊ะ เราต้องจัดคิวเที่ยวให้ดี ให้มันสุดคุ้มกันไปเลย เราลงเรือสปีดโบทกับสัมภาระเราทั้งหมด แล้วต่อด้วย เรือหางยาวที่รอรับตรงโป๊ะหน้าเกาะหลีเป๊ะ จากอาดังซีแอดเวนเจอร์ทัวร์ พาเรา ไปยังจุดแรกคือเกาะหินงาม เกาะหินงาม สมชื่อหินงาม เหมือนธรรมชาติบรรจงสร้างเกาะนี้ขึ้นมา เกาะที่มีแต่หินที่มีลวดลายสวยงามที่สะสมเป็นระยะเวลานับร้อยปี เกาะที่ไร้หาดทราย ยามน้ำทะเลซัดหินเหล่านี้จะเปียกชุ่มส่องประกายมันวาวสะท้อนไปทั่วหาด เรานั่งชมความมหัศจรรย์ของหินก้อนมนเหล่านี้ พร้อมเรียงซ้อนกัน ถึงแม้อยากเก็บหินสวยงามกลับไปเป็นที่ระลึก ก็ไม่มีใครกล้าที่จะทำอย่างนั้น เพราะหินบนเกาะนี้ มีเจ้าพ่อตะรุเตาคอยเฝ้าดูแลรักษาอยู่ ผู้ใดทีบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานัปประการ
แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงบ่ายแก่ มื้อกลางวันก็ยังไม่ได้กิน จะทนหิวไปถึงที่พักมีหวังเป็นลมเพราะเราใช้พลังงานไปหมดแล้วกับการดำน้ำ โชคดียังมี มาม่า ช่วยชีวิต กรุบกรอบ อร่อยเหาะไปเลย พอฝนซาเราก็เริ่มมุ่งหน้าสู่เกาะหลีเป๊ะที่พักของเรา
ตกเย็นหลังจากทานมื้อค่ำเราออกไปเดินเล่น บรรยากาศยามค่ำคืนครึกครื้นอยู่ไม่น้อย เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านอาหาร มินิบาร์ ตบท้ายค่ำคืนนี้ด้วยนั่งจิบเครื่องดื่มชิวล์ๆ ริมหาด มีความสุขจัง สิ่งสำคัญไม่ควรพลาดอีกอย่างคือรับอากาศยามอรุณรุ่ง เมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศยามเช้าของเกาะหลีเป๊ะคุณจะไม่อยากไปไหนเลย อยากอยู่ที่นี่ไปนานๆ อิจฉาชุมชนหรือนักท่องเที่ยวที่อยู่เป็นเดือนๆ เสียจริง น่าเสียดายเราต้องเดินทางกลับในเช้านี้แล้ว เรือสปีดโบทมารับประมาณ 9 โมง ถึงท่าเทียบเรือปากบารา 11 โมง ระยะเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่นั่งทบทวนภาพแห่งความสุข ที่เรามาเติมไฟด้วยรสชาติแห่งความสุข สนุกมันส์ และผจญภัย ถึงแม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่บอกได้เลยว่าที่นี่เป็นสวรรค์ธรรมชาติที่ได้สรรค์ สร้างไว้บนผืนทราย และท้องทะเลอันสวยงาม เราจะกลับมาอีกแน่นอน สัญญาคราวหน้าจะมาให้ครบเลย ทั้ง อาดัง ราวี เพื่อนๆ โปรดติดตามกันน่ะค่ะ บริษัท อาดัง ซี แอดเวนเจอร์ ทัวร์ 1076 ม.2 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
|
คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
|
|

















































































































































































































































































