อุทยานแห่งชาติพุเตย(จังหวัดสุพรรณบุรี)
“ หนาวนี้ที่สุพรรณ ? ”
เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายๆคนคงจะวางแผนหนีเมืองหลวงที่แสนจะร้อนและวุ่นวายพาครอบครัวอันเป็นที่รักออกไปท่องเที่ยวยังต่างจังหวัด เพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจและสัมผัสอากาศหนาวๆที่นานๆที่จะมาให้เย็นชื้นใจกันสักครั้งตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตต่างๆของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮองสอน หรือไม่ก็ภาคอีสานแต่ใครจะคิดว่าจังหวัดสุพรรณบุรีที่ใครหลายๆคนมักคุ้นคิดว่ามีแต่ท้องทุ่งนาที่เต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองหรือไม่ก็สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตขึ้นชื่อของเมืองสุพรรณ เช่น ตลาด100ปีสามชุก ตลาดเก้าห้อง หรือไม่ก็พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร แต่สำหรับการเดินทางในครั้งนี้เมืองไทย.คอมจะขอพาทุกคนไปเที่ยวยังอุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี พาผู้อ่านทุกๆท่านไป “ผจญภัยด้านช้างแดนสวรรค์ตะวันตก”


ทีมงานเมืองไทย.คอมออกเดินทางจากตัวเมืองจังหวัดสุพรรณบุรีเวลาประมาณ 6.00 น. เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงในการนั้งรถ เมื่อถึงที่ทำการอุทยานต้องทำเรื่องขออนุญาติ ก่อนที่จะขึ้นไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของตัวอุทยานแห่งชาติพุเตย (ขับรถไปเที่ยวเองแนะนำให้เป็นรถที่ยกสูงเช่นรถกระบะหรือไม่ก็ 4WD)อุทยานแห่งชาติพุเตยตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู ท้องที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี วนอุทยานพุกระทิง วนอุทยานเตรียมการตะเพินคี่ และพื้นที่ป่าไม้ข้างเคียงที่มีสภาพป่าที่มรอุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน สัตว์ป่าชุกชม รวมไปถึงสภาพธรรมชาติโดดเด่นประกอบด้วย น้ำตก ถ้ำ และป่าสนสองใบ อุทยานแห่งชาติพุเตยมีเนื้อที่ 198,422 ไร่ หรือประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร

ตลอดการเดินทางเส้นทางเกือบทั้งหมดจะเป็นดินลูกรังที่ตัดผ่านภูเขาต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่กันสักนิดนึงเพื่อความปลอดภัยนะครับแต่สำหรับวิวข้างทางก็สวยใช้ย่อยเลยทีเดียว จุดแรกที่จะแวะเที่ยวชมกันนั้นก็คือ ถ้ำตะเพินเพชร เป็นถ้ำที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านตะเพินคี่ ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อนงดงามสามารถจิตนาการได้อย่างสนุกสนาน จุดต่อมาคือ ถ้ำตะเพินทอง ถ้ำตะเพินทองนั้นได้แฝงตัวอยู่ในภูเขาหินปูนใกล้หมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ มีความสวยงามซึ่งเกิดจากหินงอกหินย้อยที่ปะปนด้วยสายแร่ซิลิก้า หรือที่เรียกว่าหินประกายเพชร ส่องประกายสีเงินระยิบระยับเมื่อต้องแสงไฟ สามารถที่จะท่องเที่ยวได้ทุกฤดู และถ้ำสุดท้าย ถ้ำตะเพินเงิน ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่เป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ชาวกะเหรี่ยงได้ช่วยกันสร้างพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ภายในถ้ำ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาและเป็นที่เจริญวิปัสสนากรรมฐานของพระภิกษุสงฆ์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจควรจะติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพุเตยเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ข้อมูล








หลังจากนั้นทีมงานเมืองไทย.คอมนั้งรถ 4WD ตลุยบุกป่าฝ่าดงไปยังบ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่เพื่อไปชมวิถีวีวิตและความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยง บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่เป็นหมู่บ้านที่อาศัยอยู่บนที่ราบสูงเชิงเขาเทวดาที่เป็นหลังคาของนครสุพรรณบุรียิ่งถ้าได้มาเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาวด้วยแล้วในหมู่บ้านนี้อากาศดีมากเย็นสบายจนได้สดลแกนว่า “เที่ยวตะเพินคี่หนึ่งครั้งอายุยืนอีกหนึ่งปี” หมู่บ้านตะเพินคี่แห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงยอดเขาก็จริงแต่สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการดำรงชีพคือ มีน้ำผุดขึ้นตามธรรมชาติอยู่บริเวณใกล้ๆกับหมู่บ้านให้พี่น้องชาวกะเหรี่ยงได้ดื่มใช้ การเดินทางมาเยี่ยมชมหมู่บ้านตะเพินคี่ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อและต้องอาศัยผู้ที่มีความชำนาญเส้นทาง ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพุเตย โทร. 0-3544 – 6237 , 08 -1934 – 2240

ต้องขอบอกก่อนนะครับอุทยานแห่งชาติพุเตยอากาศค่อนข้างเย็นสบายเลยทีเดียวอุณหภูมิเฉลี่ยไม่เกิน 25 องศา แถมมีลมพัดตลอดทั้งวันถือได้ว่าอากาศดีมากๆครับควรติดเสื้อแคนยาวไปด้วยเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันทั้งชมถ้ำต่างๆภายในอุทยานและหมู่บ้านกะเหรี่ยงเรามาปิดท้ายวันนี้ด้วยการแวะมาเล่นน้ำตกตะเพินคี่น้อยกันกับอากาศหนาวๆแบบนี้นี้แหละสะใจกันไปเลยครับ น้ำตกตะเพินคี่น้อยอยู่ห่างจากบริเวณสถานที่กางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติพุเตยไม่ไกลเท่าไหร่สามารถเดินได้อย่างสบายๆระหว่างทางยังได้มีโอกาสชมไร่ข้าวโพดของชาวบ้านที่ปลูกกันตลอดแนวภูเขาดูแล้วสวยงามแปลกตาดีใช่ย่อย

ในส่วนของน้ำตกตะเพินคี่น้อย เป็นการรวมตัวของสายน้ำจากบ่อน้ำพุดตามธรรมชาติจากยอดเขาในบริเวณดังกล่าวรวมตัวกันไปเป็นลำธารลัดเลาะโขดหินผ่านชั้นเพิงผาลงสู่ที่ต่ำมีความสวยงามมาก ส่วนนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจในเกมส์กีฬาที่มีความท้าทายและชอบความเสียว สามารถมาโรยตัว ณ บริเวณน้ำตกตะเพินคี่น้อยก็สามารถทำได้โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ท่านก็ได้สนุกและก็มันส์อย่างแน่นอนเมืองไทย.คอมรับประกัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในเดินทางมาเยือมชมได้แก่ช่วงตุลาคม – พฤศจิกายน ของทุกๆปี




ในที่สุดเราก็มาถึงสถานเที่ยวสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีความสุง 1,123 เมตร จากระดับน้ำทะเล นั้นก็คือ ยอดเขาเทวดา หากนักท่องเที่ยวท่านใดต้องการมาพิชิตยอดเขาเทวดาควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและฟิตนะครับ ด้วยความชัน 45 องศาตลอดทาง(ขอย้ำนะครับว่าตลอดทาง)ทำเอาร่างกายมนุษย์อย่างเราถึงกับแย่เลยทีเดียวแต่เมื่อขึ้นยืนบนจุดสูงสุดบนยอดเขาเทวดาเท่านั้นแหละ บอกได้เลยว่าหายเหนื่อยครับเราสามารถชมวิวสวยๆมองเห็นผืนป่าตะวันตกที่มีความสลับซับซ้อนไกลสุดสายตาและที่สำคัญได้มายืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี เขาเทวดายังอยู่ใกล้กับบริเวณที่กางเต็นท์อุทยานแห่งชาติพุเตยและหมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดสำหรับผู้ท้าทายความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ


 |
สุดท้ายนี้เมืองไทย.คอมอยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกๆท่านที่ชอบการผจญภัยมาลองสัมผัสจังหวัดสุพรรณบุรีในอีกรูปแบบหนึ่ง
ณ อุทยานเเห่งชาติพุเตย บอกได้คำเดียวว่าไม่ผิดหวังแน่ๆครับ
เอาไว้เจอกันใหม่ในครั้งหน้าต้องคอยติดตามกันนะครับว่าเมืองไทย.คอมจะพาไปมันส์ที่ไหนกันอีก
สวัสดีครับ |
ชอบบทความนี้ แบ่งปันต่อให้เพื่อนๆกัน:
นี่แหละไปซิ
อยากไป แต่ไม่มี โฟร์วิว ใครไปติดตามไปด้วยคนน่ะ ส่งข้อมูลบอกกันด้วยครับ ลุยเต็มที่ kittichap@hotmail.com
ชอบมากค่ะ ไปที่พุเตยหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้ไปตะเพินคี่เลย
สวยมากต้องไปให้ได้แล้วเจอกันพุเตยไม่ไกลเกินเอื้อม
Ohhhh!!! หากคุณเป็นอีกคนที่อยากห่างไกลโรครุ่มเร้า อาทิเช่น ความดันโลหิต เบาหวาน ไขข้อ ความจำเสื่อม ประจำเดือนไม่ปกติ โรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือด อาหารเสริมสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยไร้กังวล เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคร้ายต่าง รวมถึงลดน้ำหนัก ผิวขาว หน้าใส ด้วยสมุนไพรแท้100%รับประกันเห็นผลภายใน30วันมี อย. และGMPรับรองมาตรฐาน
พร้อมระบบดูแลลูกค้าเป็นการส่วนตัวโดยผู้เชี่ยวชาญ..
คุ้มค่า ราคาไม่แพง >>ไม่ Yo Yo!!!<< ไม่ต้องเสียเวลากับการลดน้ำหนักแบบเดิมๆอีกต่อไป”
กรอกข้อมูลรับคำปรึกษาหรือสนใจสั่งซื้อสินค้าเข้าไปที่
>>>http://goo.gl/QLcwJ<<< >>>http://goo.gl/QLcwJ<<<
slendsure.com/users/032498 >>>slendsure.com/users/032498
ติดต่อได้ที่อุทยานเลยครับ