Added by on 2011-11-18

เที่ยวไทย-ลาว-เวียดนาม ทางสะพานมิตรภาพไทยลาวที่นครพนม

วันนี้เมืองไทยดอทคอม จะพาท่านท่องเที่ยวสำรวจเส้นทาง สายใหม่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ซึ่งสะพานแห่งนี้ จัดได้ว่าเป็นสะพานมิตรภาพ 100% ที่ไทยได้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างสะพานครั้งนี้ โดยมีการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน สำหรับประโยชน์ที่ว่านี้คือ ประเทศลาวได้สะพาน ส่วนประเทศไทยได้ไฟฟ้าจากประเทศลาวมาใช้ในหลายๆ ด้าน ข้อดีของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 สายใหม่นี้ สามารถเชื่อมการเดินทางไปยังเมืองสิบสองปันนา ประเทศจีน ได้โดยเส้นทางเดินรถ

ภูผาเทิบ อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร

ภูผาเทิบ อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ดอกไม้ป่าหน้าฝนที่ภูผาเทิบ ดอกไม้ป่าหน้าฝนที่ภูผาเทิบ

ราเริ่มเดินทางจาก กรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.สกลนคร เพื่อพาท่านไปเที่ยว 3 จังหวัดสนุก ทางภาคอีสาน สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ที่เที่ยวแรก ที่อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) จ.มุกดาหาร ภูผาเทิบ คำว่าเทิบในภาษาอีสานนั้น แลว่า ทับซ้อน, เพิง คือลักษณะของหินที่วางทับซ้อนกันเป็นเพิง (เพิงหมาแหงน) สำหรับอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) จะพาท่านไปชมกลุ่มหินเทิบ การเกิดกลุ่มหินเทิบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาของประติมากรรม ธรรมชาติเหล่านี้ล้วนเกิดจากการ กัดเซาะของฝน น้ำ ลมและแสงแดด ผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปีทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกัน ตั้งวางอยู่บนลานหินอันกว้างไกล สุดลูกตาและมีป่าไม้นานาพันธุ์ขึ้นไปตามรอบๆ บริเวณลานหินเหล่านี้ช่วงหน้าฝนก็จะมีดอกไม้ป่าขึ้นอยู่เป็นหย่อมๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ช่วงปลายฝน ต้นฤดูหนาวนั้น จะมีดอกไม้ป่าผลิดอกบานสะพรั่ง หลากหลายสี สวยงาม อย่างยิ่งเรียงกลุ่มก้อนหินเหล่านี้เรียงซ้อน ซ้อนทับกันเป็นกลุ่มก้อน วิจิตรพิศดาร สวยงามแปลกตาดุจดังประติมากรรมของนักจิตกรชั้นเอกมาจัดตั้งไว้ สร้างความประหลาดใจ และประทับใจ ให้กับผู้ที่มาเยือนเป็นอย่างยิ่งแต่ล่ะกลุ่มก้อนมีลักษณะ แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำแบบกัน บางก้อน บางกลุ่ม ก็คล้ายเจดีย์ของจอมยุทธจากเมืองจีน บ้างก็เหมือน เห็ด,วัวกระทิง บ้างก็เหมือนคน,เต่า และสัตว์ต่างๆ นานาแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนที่ไปเยี่ยมเยียน กลุ่มหินประติมากรรมชั้นเอกของธรรมชาติ เหล่านี้ มีความคงทนของชั้นหินที่แตกต่างกันก็เนื่องจากการประสานของเนื้อทรายแตกต่าง กัน หินทรายชั้นบน ที่คงทนมีสีเนื้อหินเป็นสีน้ำตาล มีส่วนประกอบที่เป็นซิลิกาและเม็ดกรวดมาก ส่วนหินทรายชั้นต่ำลงมาที่ไม่คงทน มีสีของเนื้อหินเป็นสีขาวจะมีส่วนผสมของคาร์บอเนตมาก

จากนั้น นั่งรถสกายแลป ซึ่งเป็นรถประจำท้องถิ่นของชาวภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ห้าแยกชุมชนชาวเวียตนาม สัมผัสวิถีชีวิตซอกแซกตรอกซอย อาหารจีน อาหารญวณ อาหารไทย ที่ขึ้นชื่อของเมืองมุกดาหาร อาทิเช่น กาแฟโบราณร้อนๆ เสริฟ์พร้อม บาแก็ต หรือขนมปังฝรั่งเศส, เส้นเปียก, เลือดแปลง น่ากิ๊นนนน

 

เลือดหมูยัดใส้และใส้หมูนึ่ง

บาแก็ต เมนูเครื่องในหมูนึ่ง เครื่องในหมู เมนูพิศดาร
เครื่องในหมู เมนูพิศดาร น้ำจิ้มถั่ว เลือดแปลง เลือดหมูนึ่ง
ทานกับผักสด เลือดแปลง เลือดหมูนึ่ง ก้อนเลือดหมู เมนูพิศดาร

 

เดิน ทางต่อสู่จ.สกลนคร กราบนมัสการพระธาตุเชิงชุม ซึ่งเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 24 เมตร ยอดฉัตรองค์พระธาตุเชิงชุม ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนัก 247 บาท มีซุ้มประตู 4 ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์

วัดพระธาตเชิงชุม

วัดพระธาตเชิงชุม วัดพระธาตเชิงชุม วัดพระธาตเชิงชุม

 

ลอยเรือโบราณสะเดาะเคราะห์

ลอยเรือโบราณสะเดาะเคราะห์ ลอยเรือโบราณสะเดาะเคราะห์ ลอยเรือโบราณสะเดาะเคราะห์

 

เที่ยว ชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ด้านฝั่งลาว ซึ่งกำลังก่อสร้าง ดำเนินการแล้วเสร็จ 70%แล้วจ้า หลังจากเที่ยวชมสะพาน ชมตัวเมืองท่าแขก ย่านการค้า สมัยฝรั่งเศส อาคารสไตล์เฟรนโคโรเนี่ยนและบรรยากาศริมฝั่งโขงของเมืองท่าแขก

สะพานมิตรภาพไทยลาว3 จังหวัดนครพนม

สะพานมิตรภาพไทยลาว3 จังหวัดนครพนม สะพานมิตรภาพไทยลาว3 จังหวัดนครพนม

 

เช้าวันที่สองของการ เดินทาง มุ่งหน้าสู่ด่านเมืองนครพนม ลงเรือข้ามโขงสู่สปป.ลาว พาลงเรือ เพราะสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ไทย-ลาว ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ ถึงด่านท่าเมืองแขก แขวงคำม่วน

กลางลำโขง มุ่งหน้าสู่ลาว

ไปเมืองท่าแขก ลาว เมืองท่าแขก ลาว เมืองท่าแขก ลาว

 

เมืองท่าแขก ลาว อาคารสไตล์เฟรนโคโรเนี่ยน

เมืองท่าแขก ลาว อาคารสไตล์เฟรนโคโรเนี่ยน เมืองท่าแขก ลาวเมืองท่าแขก ลาว อาคารสไตล์เฟรนโคโรเนี่ยน

เมืองท่าแขก ลาว

 

จากนั้นชมเดินป่าชมกำแพงหิน ยักษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ สมัยฟูนันและเจนละ กำแพงหินยักษ์ คือ กำแพงหิน สูงใหญ่ และยาวไปตามแนวถนน มีความยาว 15 กิโลเมตร สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ใน สมัยอาณาจักรสีโคดตะบอง (จะสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ หรือธรรมชาติ ต้องชมด้วยตาคุณเอง)

กำแพงหินยักษ์

กำแพงหินยักษ์ กำแพงหินยักษ์ กำแพงหินยักษ์

 

พานมัสการพระธาตุสีโคดตะบอง (ศรีโคตรตระบอง) สร้างขึ้นในสมัยสีโคตรของมีอำนาจ สร้างขึ้นเพื่อเป็น อนุสาวรีย์ พระยาศรีโคตรบอง กษัตริย์นครศรีโคตตะบุระเนื่องจากที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระ สารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ทั้ง 4 คือ พระกะกุสันโท, พระโกนาคะมะโน, พระกัดสะโบและพระโคตะโม พระธาตุศรีโคตรบองนี้ สร้างขึ้นโดยพระสมินทะราช หรือสุมินตตะธรรมวงศ์สาอะทิราช แห่งราชอาณาจักรศรีโคตรบอง (ประมาณศตวรรษที่ 6) ในสมัยนี้มีพระเถระผู้ทรงคุณวุฒิที่เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาใน อาณาจักรสีโคตรบอง โดยคำแนะนำของพระเถระทั้งหลาย เจ้าสุมินทะราชจึงได้ลงมือก่อสร้างพระธาตุศรีโคตรตะบองขึ้นเพื่อเฉลิมพระ เกียรติแก่พระยาศรีโคตรบองและได้เอา พระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ดินแดนแห่งนี้ ผู้หญิงที่เข้ากราบนมัสการ ต้องใส่ผ้าถุงที่ทางวัดเตรียมไว้ให้จ้า..

พระธาตุสีโคดตะบอง

พระธาตุสีโคดตะบอง พระธาตุสีโคดตะบอง พระธาตุสีโคดตะบอง
พระธาตุสีโคดตะบอง พระธาตุสีโคดตะบอง พระธาตุสีโคดตะบอง

วันที่ 3 ของการเดินทาง เดินทางตามเส้นทางหมายเลข 12 จากเมืองท่าแขก ถึงด่านนาพ้าว- ด่านจาลอ ผ่านตม.ของสองประเทศลาว-เวียดนาม ชมเส้นทางหมายเลข 12 ตามเส้นทางธรรมชาติที่งดงามด้วยภูเขาหินปูน ฉายา กุ้ยหลินเมืองลาว ตลอดเส้นทาง ผ่านเมืองมหาชัย, ยมลาด และเขื่อนน้ำเทิน

ถ้ำฟองญา

เวียตนาม เวียตนาม เวียตนาม

 

ถึงเมืองซอน ตรัส ข้ามแม่น้ำซองซอน เที่ยวถ้ำฟองยาที่สวยงาม เป็นอีก 1 แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมือง ล่องเรือแม่น้ำซองซอน เข้าชมถ้ำฟองยา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำซองซอน ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากภายในถ้ำ ถ้ำแห่งนี้ได้รับการยอมรับจากนักสำรวจถ้ำทั่วโลกว่า เป็นถ้ำอันดับหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการ ได้แก่ น้ำลอดยาวที่สุดในโลก โถงถ้ำสูงที่สุด ยาวทีสุด และกว้างที่สุด มีหาดทรายภายในถ้ำที่สวยงาม และความอลังการของหินงอกหินย้อย วิจิตรตะการตา ความยาวของถ้ำ 44.5 กิโลเมตร

ถ้ำฟองญา

ถ้ำฟองญา ถ้ำฟองญา ถ้ำฟองญา
ถ้ำฟองญา ถ้ำฟองญา ถ้ำฟองญา

ถ้ำฟองญา

 

วันที่ 4 เดินทางสูอุโมงค์วินม๊อค ในหมู่บ้านวินม๊อค ในเขตเมืองกวางตรี เป็นผลพวงเพื่อแสวงหาการอยู่รอดจากการทิ้งระเบิดอย่างหนัก และถูกกวาดล้างจนแทบจะล้างเผ่าพันธุ์ จึงร่วมใจกันขุดอุโมงค์ใต้ดิน เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านจำนวน 66 ครอบครัวเมื่อปี ค.ศ. 1966 ใช้ระยะเวลาราว 20 เดือน โมงค์แบ่งเป็นระดับชั้นๆ ลึก 12 15 และ 23 เมตรตามลำดับ และสามารถเชื่อมต่อกันได้หมด มีเด็กที่เกิดในอุโมงค์จำนวน 17 คน แต่ละคนก็พิการพูดไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้รับแสงแดดมาเป็นเวลานาน ในอุโมงค์มีคอกเลี้ยงสัตว์ มีบ่อน้ำ ห้องพยาบาล ห้องสุขา ห้องซักล้าง ห้องครัว ห้องประชุม และเป็นที่เก็บสะสมอาวุธ การขุดอุโมงค์จะทำในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนจะช่วยกันลำเลียงดินออกไปทิ้งทะเลที่อยู่ติดกัน ทำไม่เห็นซากดินจึงรอดพ้นจากการตรวจตราของสหรัฐไปได้ ชาวบ้านทั้ง 60 ครอบครัวใช้อุโมงค์เป็นที่หลบภัยอยู่นานถึง 6 ปี นับเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และเป็นความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าในการเอาตัว รอดของมนุษย์

อุโมงค์วินม๊อค

อุโมงค์วินม๊อค อุโมงค์วินม๊อค อุโมงค์วินม๊อค

จากนั้นนนน เดินทางกลับถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิ์ภาพและความประทับใจ….

การเดินทางครั้งนี้ ขอขอบคุณ

กลุ่มจังหวัดสนุก สกลนคร นครพนม มุกดาหาร

สมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวไทย (สธทท)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงาน จ.นครพนม

บางกอกโสต์

ชอบบทความนี้ แบ่งปันต่อให้เพื่อนๆกัน:

Comments

  1. จัดใหญ่ สวย แซบ เวอร์สสสสสสสสสสสสสสสสส

  2. ขอแบบว่า โอ้อออออ นะคร้า

  3. ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวหรอก พอดีจังหวะหน่ะ เป็นผลพลอยได้

  4. ไปกันไหม

  5. ชอบมากครับมีโปรแกรมทัวร์ปี2555บ้างไหม