อารายธรรมโบราณทางตะวันออก เขมร-ขอม


แผ่นดินไทยของเรามีอายุมานับไม่ถ้วนถ้านับปีพุทธศักราชก็ปาเข้าไป2554ปี แล้ว แต่จะมีก็คนที่นึกถึงและเชื่อมโยงกับความเก่าแก่นี่ไปกับโปราณสถานที่มีอายุ กว่าพันปีที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศที่แผ่นดินทองของเรา
เส้นทางศึกษาอารายธรรมโบราณของเรา เมืองไทย.คอม วันนี้ เราจะพาทุกๆคนไปพบกับโบราณสถานที่มีคุณค่าเหล่านี้ยังเส้นทาง นครนายก – ปราจีนบุรี – สระแก้ว
หลายคนมองว่าการศึกษาประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ไม่เหมือนกับการท่องเที่ยวหรือเดินทางประเภทอื่นๆ จริงๆแล้วมันมีสิ่งที่น่าสนใจและน่าเต้นเต้นมากๆในวันนี้ เราอยากให้นักเดินทางทั้งหลายได้เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมโบราณที่ยังคงเหลือให้ลูกหลานได้เห็นได้ชมกัน และเมื่อเรานึกย้อนกลับไปเมื่อพันกว่าปีที่แล้วนั้น ชนอารยธรรมโบราณเหล่านี้เขาสร้างสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไร เนื่องจากวัถตุดิบส่วนใหญ่เป็นหินที่มีน้ำหนักสูง นำมาเรียงร้อยต่อกันเป็นเจดีย์ทรงสูง มันน่าฉงนยิ่งนักครับ
เมืองโบราณ ดงละคร
ผมขอเริ่มต้นที่จังหวัดนครนายกที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครับ โดยเรามุ่งหน้าสู่ ”เมืองโบราณ ดงละคร” วันนี้ได้พบกับคุณลุงสมจิตร ผู้เชี่ยวชาญที่ได้ร่วมขุดโบราณสถานแห่งนี้ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ 40กว่าปีก่อน ในทุกวันนี้ก็เป็นวิทยากรให้กับสถานศึกษาและเยาวชนทั่วไป เกี่ยวกับเมืองโบราณดงละครแห่งนี้
คุณลุงสมจิตรเล่าให้ฟังว่า ที่มาของชื่อนั้นเป็นอย่างนี้ “ในสมัยก่อนมีนายพรานคณะหนึ่งเข้ามาล่าสัตว์ ตกเย็นพักอยู่ห่างจากตัวเมืองไปนิดหน่อย อยู่มาเย็นวันหนึ่งนายพรานเหล่านี้ได้ยินเสียงแว้ว มาเมื่อมีการเล่นละคร พอรุ่งเช้านายพรานเหล่านี้ก็ได้ทำหมายเหตุจุดเกิดเสียงตามต้นไม้ต่างๆ เพราะนายพราน สมัยก่อนนั้นจะหูดีเรื่องของทิศทางเสียง เมื่อเดินตามจุดเกิดเสียงไปก็พบกับภูเขาแต่ตอนหลังพบว่าไม่ใช่ภูเขา แต่กลับพบเศษภาชนะเกลื่อนกลาดไปหมด และนั้นก็เป็นฐานของกำแพงเมืองที่สูงมากๆ เมื่อกลับออกไปก็ได้เรียกเมืองที่พบนี้ว่า เมืองดงละคร”
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี
ตั้งอยู่บริเวณหลังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภูมิภาคตะวันออก เป็นที่รวบรวมศิลปโบราณวัตถุที่ค้นพบในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดในภูมิภาคตะวันออกมีโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาจนถึงรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องมือหินกระเทาะเทวรูปเคารพในศาสนาฮินดู พระวิษณุสวมหมวกทรงกระบอก ศิวลึงค์ ทับหลังและคันฉ่องสำริด เป็นต้นรวมทั้งโบราณคดีใต้น้ำไทยที่พบจากใต้ทะเลบริเวณเกาะครามจังหวัดชลบุรี และที่อื่น ๆ เปิดให้เข้าชมระหว่างวันพุธ – วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
วิธีการเดินทางมาที่นี่ http://www.prachinburi-museum.go.th/data/tour.html
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
แผนที่ของที่ตั้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี |
||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
โบราณสถานสระแก้วหรือโบราณสถานบ่อแก้ว
สระแก้ว เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดในบรรดาสระต่าง ๆ ที่ปรากฎนอกเมืองโบราณศรีมโหสถ จัดอยู่ในกลุ่มบ่อน้ำนอกเมืองกลุ่มทิศใต้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน หมายเลข 12 เมื่อ พ.ศ.2500 เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยม ขนาดสระกว้าง 4 เมตร ยาว 3 เมตร ขุดลึกลงไปในศิลาแลง ผนังสระทุกด้านสลักเป็นรูปสัตว์เช่น ช้าง มกร หรือ เหรา หมู กินรี สิงห์ ฯลฯ
![]() |
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
เส้นทางอารยธรรมตะวันออก ปราสาทสด๊กก็อกธม
โบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้วแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพ และใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อถือในลัทธิศาสนาฮินดู
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
คำว่าสด๊กก็อกธม หมายถึง “ เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่ ”ซึ่งปัจจุบันยังพอมองเห็น หนองน้ำใหญ่ในอดีตอยู่ใกล้ ๆ ปราสาทนั่นเองปัจจุบันจารึกทั้ง 2 หลัก ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร |
||
|
||||
โบราณสถานประกอบด้วยองค์ปราสาท 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีคูน้ำล้อมรอบ 4 ด้าน มีกำแพงแก้ว 2 ชั้น ชั้นนอกทำด้วยศิลาแลง ชั้นในทำด้วยหินทราย ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยหินทรายมีโคปุระหรือซุ้มประตูเหลืออยู่เพียงด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเท่านั้น
ด้านนอกปราสาททางทิศตะวันออกมีสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมมีถนนปูด้วยหินจากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำตลอดแนวมีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงอายุการสร้างปราสาทสด๊กก็อกธมแห่งนี้
ตลอดจนบอกถึงวัตถุประสงค์ ของการสร้างจารึกหลักที่ 2 นัยว่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ แด่พระเจ้าอาทิตยวรมันที่ 2 ในโอกาสที่ บูรณะปราสาท สด๊กก็อกธมสำเร็จเมื่อ ปีพุทธศักราช 1595 |
![]() |
![]() |
![]() |
ภายในระเบียงคดมีบรรณาลัยก่อด้วยหินทราย 2 หลัง อยู่หน้าปราสาทหลังกลาง ซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ปราสาทด้านซ้ายมือและปราสาทองค์ประธาน อยู่ระหว่างการบูรณะโดยกรมศิลปากร
|
การเดินทาง
สามารถใช้เส้นทางสายอรัญประเทศ – ตาพระยา หรือทางหลวงหมายเลข 348 ประมาณ 25.5 กิโลเมตร จะถึงทางหลวงหมายเลข3381 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะเห็นสถานีอนามัยโคกสูงอยู่ขวามือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางแยกอีกประมาณ 4 กิโลเมตรผ่านโรงเรียนหนองเสม็ด ถึงกิโลเมตรที่ 12 เลี้ยวขวาเข้าไปอีก2.5 กิโลเมตร ถึงปราสาทสด๊กก็อกธม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ปราสาทเขาน้อยสีชมพู
ตั้งอยู่ในวัดเขาน้อยสีชมพู ตำบลคลองน้ำใส ห่างจากตัวอำเภออรัญประเทศไปทางทิศใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร โบราณสถานตั้งอยู่บนยอดเขาน้อยซึ่งเป็นเขาหินปูนสูงจากพื้นประมาณ 130 เมตร มีบันไดทางขึ้น 254 ขั้น แล้วเดินขึ้นต่อไปไม่ไกลก็จะถึงบริเวณตัวปราสาท หรือ สามารถไปทางรถโดยผ่านวัดเขาน้อยสีชมพู ไปตามทางอ้อมเขาประมาณ 1 กิโลเมตร เดินเท้าต่อขึ้นไปอีกประมาณ 250 เมตร สันนิษฐานว่า ปราสาทนี้สร้างในพุทธศตวรรษที่ 12 และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในพุทธศตวรรษที่ 15 และคงความสำคัญจนถึงพุทธศตวรรษที่ 16 เชื่อว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ประกอบด้วยปรางค์ 3 หลังคือ ปรางค์ทิศเหนือ ปรางค์องค์กลาง และปรางค์ทิศใต้ แต่คงเหลือเพียงปรางค์องค์กลางเท่านั้นที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วนปรางค์ทางทิศเหนือและวิหารทิศใต้เหลือเพียงฐานเท่านั้น ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2478 ปราสาทเขาน้อยได้รับการขึ้นทะเบียน
![]() |
![]() |
![]() |
เป็นโบราณสถานแห่งชาติจากกรมศิลปากร และมีการสำรวจขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น โบราณวัตถุทำจากโลหะ เครื่องปั้นดินเผา ทับหลังหินทราย 5 ชิ้น และค้นพบแผ่นจารึกบ่งบอกถึงอายุการสร้างปราสาทเรียกว่า จารึกเขาน้อย และทับหลังหินทรายแบบสมโบร์ไพรกุกอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 ศิลาจารึกระบุมหาศักราช 559 ตรงกับ พ.ศ. 1180 ซึ่งเป็นจารึกที่ระบุศักราชเก่าที่สุดในประเทศ โบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ได้จากการขุดค้นปัจจุบันเก็บรักษาและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติปราจีนบุรี
การเดินทาง จากถนนทหารร่วมจิตร ผ่านวัดชนะไชยศรี ตามทางหมายเลข 3067 ไปประมาณ 500 เมตร เลี้ยวซ้ายไป 12 กิโลเมตร ผ่านด่านตรวจนาดง วัดป่าอรัญวาสี จะเห็นวัดเขาน้อย(สีชมพู) อยู่ทางขวามือ ขับเลยวัดไปจนถึงทางแยก เลี้ยวขวาอ้อมไปตามทางขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร มีที่จอดรถขนาดพอประมาณ แล้วเดินเท้าต่อขึ้นไปประมาณ 250 เมตร

























































































































