






[muang]137.flv[/muang]
.
ตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อออกเดินมุ่งหน้าทางสู่ภูเก็ต ขับรถออกมาโดยใช้เส้นทาง ลัดเลาะอันดามัน สองข้างถนนต้นไม้เขียวไปหมด บางจุดก็สามารถมองเห็นทะเลอันดามัน สดชื่นจริงๆ ผ่านมาถึงหมู่บ้านทับหลี อ.กระบุรี จ.ระนอง ก็เห็นซาลาเปาสองข้างทางเต็มไปหมด เมื่อรถผ่าน แม่ค้าต่างรีบพากันเปิดฝาซึ้ง โชว์ซาลาเปาสีขาวนวลเต็มหม้อ น่าทานมากๆ จะไม่แวะก็กระไร เพราะรถผ่านไป-ผ่านมา แวะกันเกือบทุกคัน และเราก็มาแวะที่ร้านเจ๊หนู ขอชิมก่อนเลย 1 ลูก จากนั้นก็ไม่ลังเลซื้อกลับไปกินอีกเพียบ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะแป้งซาลาเปาของเขานุ่มเหนียว เคี้ยวหนุบหนับ ไม่ร่วนซุยแบบซาลาเปาทั่วไป แถมทิ้งไว้นานๆแป้งยังคงความเหนียวอยู่ สมชื่อว่าเป็นซาลาเปาที่อร่อยที่สุดจริงๆ
ออกจากจุดขายซาลาเปาทับหลีเพียงนิดเดียว ก็ถึงจุดที่น่าสนใจและสำคัญจุดหนึ่งในประเทศไทย คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมาลายูอยู่ในเขตบ้าน ทับหลี ตำบลละมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร ในบริเวณนี้มีแผ่นป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่จำลอง คอคอดกระ มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างเพียง 44 กิโลเมตร แผนที่แสดงจุดที่ตั้งของคอคอดกระ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยว นิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมากแห่งหนึ่งของ จังหวัดระนอง ยังสามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำกระบุรี ซึ่งแบ่งพรม แดน ไทย-พม่าได้อย่างชัดเจน
.


แล้วเราก็เข้าสู่ จ.ภูเก็ต เมืองแห่งไข่มุกอันดามัน แวะพักผ่อนด้วยการเดินเล่นที่หาดกระรน แบบสบายๆ ก่อนเข้าไป Check In กับโรงแรมบรรยากาศส่วนตัวสุดพิเศษที่ The Village Resort and Spa และ เริ่มต้นตะลุยราตรีด้วยการชมแสดงน้ำพุที่สวยงาม ณ จังซีรอน แถวๆ หาดป่าตอง ที่ห้างที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต เป็นการแสดงโชว์เกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมของไทยผ่านม่านน้ำพุ หากใครเคยชมน้ำพุที่สิงคโปร์ ขอบอกได้เลยว่าที่โชว์น้ำพุที่จังซีลอนสวยงามไม่แพ้กันเลย
.


หาดป่าตองยามค่ำคืน แม้กลางคืนจะมองเห็นหาดไม่ชัดนัก แต่มีสีสันและชีวิตชีวาด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และผับ ยาวตลอดหาด เต็มด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เราเลยไม่รอช้าแวะเข้าไปที่จะแวะเข้าไป Saxophone Pub ทานอาหารอร่อยๆ ฟังเพลงกับวงดนตรีเจ๋งๆ ซักหน่อย
.


เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม คนภูเก็ตนิยมทานขนมจีนเป็นอาหารเช้า จึงตัดสินใจลองทานเป็นมื้อแรกของวันบ้าง ขนมจีนร้านป้าติ่ง ขึ้นชื่อในภูเก็ต ด้วยน้ำยาหลายแบบ สามารถตักเอาเองได้เลย ใครชอบอะไร อยากลองอะไร เต็มที่ ร้านนี้การันตีความอร่อย หลังจากนั้นไปสักการะวัดพระทอง (หรือวัดพระผุด) ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 21 กิโลเมตร วัดนี้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง” เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต
.


ชิมอาหารพื้นเมืองแท้ๆ ของคนภูเก็ต ปอเปี๊ยะสด ลุงสมบูรณ์ ที่แผงลอยหล่อโรง เป็นปอเปี๊ยะที่ใช้ส่วนสผมของมันแกว และหมูแดงพร้อมน้ำราดแบบพิเศษ แค่เห็นกรรมวิธีการทำอันรวดเร็วของลุง ก็เพลินแล้ว ต่ออีกหน่อยด้วยโรบะหมู ลักษณะจะเป็นเครื่องในหมูทอดน้ำมันจนเหลืองทานคู่กับเต้าหู้ทอด ตามด้วยของหวาน โอเอ๋ว ที่เป็นลักษณะวุ้นในน้ำแข็งและถั่วแดง แต่ไม่ธรรมดาตรงที่วุ้นทำมาจากกล้วยน้ำว้า หวานอร่อยเย็นชื่นใจคลายร้อนได้ดีจริง ๆ
ท้องอิ่มแล้วก็ขับรถเข้าเมืองซะหน่อย ชมสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส คำว่า “ชิโน” หมายถึงคนจีน และคำว่า “โปรตุกีส” หมายถึง โปรตุเกส โดยช่างชาวจีนในสมัยก่อนนำแบบแปลนของบ้านเรือนของชาวโปรตุเกสไปดำเนินการก่อสร้าง แต่ด้วยความรู้และประสบการณ์ประกอบกับความเชื่อที่สืบเนื่องมายาวนานของช่างชาวจีน ทำให้ผลของการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเพี้ยนไปจากแบบแปลนที่ชาวโปรตุเกสได้วางไว้ จึงเกิดการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมโปรตุเกสและจีน ลักษณะตัวอาคารนั้นจะมีความลึกมากกว่าความกว้าง บริเวณด้านหน้าจะแบ่งพื้นที่ให้เป็นทางเดินใต้หลังคาให้คนที่สัญจรไปมาสามารถเดินทะลุได้ตลอดแนวอาคาร มองดูลายปูนบนตัวอาคารแม้ว่ามันจะทรุดโทรมไปบ้างตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงความงามตามแบบของมันอยู่ไม่เสื่อมคลาย


บ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส
มาภูเก็ตทั้งทีพลาดที่จะสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และ กราบไหว้หลวงพ่อแช่ม ได้ไง เราจึงมุ่งหน้าไปยัง วัดฉลอง (วัดไชยาธาราราม ) จ.ภูเก็ต หลวงพ่อแช่ม (พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี) อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง ภูเก็ต ถึงแม้พระคุณท่านจะได้มรณภาพไปนานแล้วก็ตาม ชื่อเสียงของพระคุณท่านยังอยู่ในใจอยู่ในความทรงจำของชาวภูเก็ตและชาวไทยทั่วทุกภาค เพราะในอดีตในช่วงปีพุทธศักราช 2419 พวกอั้งยี่ที่ต้องการจะยึดการปกครองในจังหวัดภูเก็ตได้ถืออาวุธรุกไล่ ยิง ฟันชาวบ้านล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านไม่อาจต่อสู้ป้องกันตนเองจึงหลบเข้าวัดฉลอง และหลวงพ่อแช่มได้ทำผ้าประเจียดแจกโผกศีรษะเพื่อมอบให้เป็นเครื่องคุ้มกันตัวกับชาวบ้าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจชาวบ้าน ให้ออกต่อต้านพวกอั้งยี่ และครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านได้รับชัยชนะครั้งแรกของชาวบ้านฉลอง ทุกคนต่างให้ความเคารพเลื่อมใส ศรัทธายิ่ง คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์นานัปการ


พระบรมสารีริกธาตุ
จากนั้นไปต่อกันที่ แหลมพรหมเทพ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก ซึ่งจากจุดนี้ยังสามารถมองเห็นประภาคารกาญจนาภิเษก สถานที่เทียบเวลามาตรฐานของไทยอีกด้วยแหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า “แหลมเจ้า” จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึก ไกลออกไปจะเห็นเกาะแก้วพิสดารอยู่ด้านหน้าแหลม

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ แหลมพรหมเทพ

และคืนนี้ขอจบด้วยพาเที่ยวที่ ภูเก็ตแฟนตาซี สถานที่สำคัญที่ดึงดูดการท่องเที่ยวในภูเก็ตที่ไม่ควรพลาด อยู่ไม่ไกลจากหาดกมลา ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์ความบันเทิงทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของเกาะภูเก็ตและของประเทศ ที่รวมรวมศิลปวัฒนธรรมไทยมาไว้ในสถานที่แห่งนี้ ได้อย่างน่าภาคภูมิใจเป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใครเข้ามาแล้วก็ติดใจกันทุกคน


เช้าวันใหม่มอบให้การล่องเรือสำเภาสุดคลาสสิค June Bahtra โดยออกจากท่าเรือยอร์ช Heaven ล่องเรือไปยัง อุทยานแห่งชาติ อ่าวพังงา จากนั้นเปลี่ยนไปลงเรือหางยาวเพื่อไปตามเกาะต่างๆ โดยจุดแรกเรือหางยาวพาไปถ้ำลอด ที่เป็นภูเขาลักษณะเกาะทะลุ ปากถ้ำกว้างประมาณ 50 เมตร สูง 40 เมตร เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านทะลุไปอีกด้านของถ้ำได้ บนเพดานถ้ำมีหินย้อยดูแปลกตา
.
แวะขึ้นเกาะปันหยี ชมวิถีชาวบ้านบนเกาะเล็กๆ มีที่ราบประมาณ 1 ไร่ มีบ้านเรือนประมาณ 200 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวประมง มีบ้างที่ขายของที่ระลึก และขายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว บนเกาะมีทั้ง มัสยิด สุสาน(กุโบร์) ของพี่น้องมุสลิม และมีโรงเรียนประชาบาลแห่งหนึ่งชื่อ โรงเรียนบ้านเกาะปันหยี
.
คำว่า “ปันหยี” แปลว่า “ธง” มาจากภาษาอินโดนีเซีย ในอดีตมีครอบครัวชาวชวา หรือชาวอินโดนีเซีย 3 ครอบครัว หนึ่งในนั้น มี “โต๊ะนาบู” เป็นผู้นำการอพยพออกมาหาที่ทำกินใหม่ ตกลงกันว่าหากใครพบที่ทำกินที่อุดมสมบูรณ์ ให้ปักธงไว้
.


ล่องกลับมาที่เขาพิงกัน เหตุที่ชื่อนี้เพราะภูเขาหินแตกออกจากกัน ส่วนที่เล็กกว่าเลื่อนลงมา ฐานจมลงไปในดินแยกห่างจากกัน ส่วนด้านบนยังคงพิงกันอยู่ ด้านหลังของเขาพิงกันมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มองออกไปในทะเลจะเห็น เขาตะปู ที่มีลักษณะเหมือนตะปู ตั้งเด่นอยู่กลางน้ำ หรือรู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า “เกาะเจมส์บอนด์”
.

แผ่นหินที่เลื่อนตัวจนกำเนิดเป็น เขาพิงกัน


.
ถึงฝั่งก็เย็นย่ำ เราจึงแวะมาเก็บภาพพระอาทิตย์ตกอีกรอบเพื่อเป็นการร่ำลาภูเก็ต (ด้วยใจที่ยังอยากอยู่ต่อ)ก่อนแพ็คกระเป๋ากลับบ้าน สังเกตดูกระเป๋าจะใหญ่กว่าเดิม เพราะแบกความประทับใจที่ภูเก็ต กลับไปฝากเพื่อนๆ เต็มกระเป๋า
.



พระอาทิตย์ตกน้ำ ณ หาดกะรน
ชมภาพบรรยากาศ ภูเก็ต เพิ่มเติม คลิ๊ก Gallery
.
การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นจะไม่ได้ หากไม่มีผู้สนับสนุน ร่วมเดินทางไปกับ เมืองไทย.คอม

ขอขอบคุณ







Garmin / Toyota innova / Phuket FantaSea / Bridgestone / The Village Resort & Spa / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / June Bahtra


