เพชรบุรี

“เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม”

เพชรบุรี เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งแต่ธรรมชาติแนวป่าเขาลำเนาไพรไปจนถึงผืนทะเลกว้าง รวมทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัดวาอารามสำคัญ ส่งผลให้เพชรบุรียังคงครองอันดับหนึ่งทางด้านท่องเที่ยวสำหรับใครหลายคน
จังหวัดที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 36 ของเมืองไทยแห่งนี้เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปีนับตั้งแต่สมัยทวารวดี เคยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของพระพุทธศาสนาและเป็นเมืองหน้าด่านฝ่ายทิศตะวัน ตกที่สำคัญในสมัยสุโขทัยและอยุธยา จนกระทั่งมาถึงในสมัยรัตนโกสินทร์จึงเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่ มีความสำคัญ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงโปรดปรานเมืองเพชรบุรีเป็นอันมาก เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงได้ทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระราชวัง วัด และพระเจดีย์ใหญ่บนยอดเขาเตี้ยๆ ใกล้กับตัวเมืองโดยได้ทรงพระราชทานนามว่า “พระนครคีรี” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้ทรงโปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นอีกหนึ่งแห่ง โดยได้ทรงพระราชทานนามว่า “พระรามราชนิเวศน์” หรือวังบ้านปืน ส่วนในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้ทรงโปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นอีกแห่งขึ้นที่ชายหาดชะอำโดยทรงพระราชทาน นามว่า “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับรักษาพระวรกายจากพระอาการประชวร ชื่อที่เรียกติดปากกันอีกชื่อหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรีก็คือ “เมืองสามวัง” ด้วยเหตุนี้นั่นเอง
เพชรบุรีนั้นประกอบด้วยลักษณะพื้นที่ 3 แบบคือ แนวเทือกเขาทางด้านตะวันตกทอดตัวเป็นแนวยาวซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่ง ชาติถึงสองแห่ง ส่วนบริเวณตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มอันเหมาะแก่กการเพาะปลูก โดยเฉพาะ “ตาลโตนดนั้นเป็นสินค้าพื้นเมืองลือชื่อเนื่องจากมีต้นตาลขึ้นอยู่เต็มไปหมด นั่นเอง
และส่วนสุดท้ายคือชายฝั่งทะเลทางด้านอ่าวไทยซึ่งมีความยาวรวมประมาณ 80 กิโลเมตร มีทั้งป่าโกงกางตามธรรมชาติและชายหาดที่สวยงาม ซึ่งสามารถใช้สำหรับศึกษาระบบนิเวศน์ธรรมชาติของป่าชายเลนและวงจรของสิ่งมี ชีวิตได้เป็นอย่างดี
จากสภาพธรรมชาติทั้งสามแบบดังกล่าวจึงทำให้เพชรบุรีเป็นทั้งเมืองเศรษฐกิจ และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเฉพาะความที่อยู่ห่างจากกรุงเทพแค่ประมาณ 120 กิโลเมตร จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมเดินทางมาพักผ่อนกันเป็น จำนวนมากในแต่ละปี
เส้นทางสาย ธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านไปทางสมุทรสาครและสมุทรสงครามแล้วไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4 คือเส้นทางหลักสายใหม่ในการเดินทางลงสู่เพชรบุรีเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ ช่วยร่นระยะทางและเวลาในการเดินทางเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีสภาพผิวการจราจรที่กว้างขวางและอยู่ในสภาพดี รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง ส่วนทางหลวงหมายเลข 4 นั้นก็ยังคงมีการใช้งานอย่างคับคั่ง แต่จะเป็นทางผ่านไปยังตัวเมืองนครปฐมและราชบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่เป็นทางอ้อมและใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าทางหลวงหมายเลข 35
มนต์เสน่ห์ลี้ลับและรุ่งเรืองของเพชรบุรียังคงรอคอยการมาเยือนของนักท่อง เที่ยวเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นคอขนมหวานยิ่งต้องไม่พลาด “เมืองสามวัง” แห่งนี้ เพราะมีการผลิตขนมหวานพื้นบ้านออกมาขายกันมากเสียจนซื้ออย่างไรก็ไม่มีวัน หมด หรือขนมที่ทำอย่างไรก็ไม่หมดไปจากเพชรบุรีอย่าง “ขนมหม้อแกง” นั้น ก็เป็นสิ่งที่คุณคนชินตา แต่อยากจะกลับไปชิมอีกสักรอบทุกที

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://thai.tourismthailand.org/phetchaburi

ขอขอบคุณ
www.tiewpakklang.com