:: เมืองไทย.คอม :: ท่องเที่ยว อร่อยเมืองไทย ที่พัก Web Magazine & TV

The Orchard Restaurant

by Mee on มี.ค..18, 2010, under Delicious

The Orchard Restaurant ( Kantary House Ramkamhaeng )
ดิออร์ชาด
โรงแรม แคนทารี เฮาส์ ราม 42 เป็นห้องอาหารนานาชาติ ที่รวบรวมอาหารทุกแบบไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ยุโรป และอาหารญี่ปุ่น ด้วยบรรยากาศความเป็นส่วนตัวแบบสบาย ๆ ด้วยการตกแต่งที่มีสไตล์เป็นของตัวเองใช้โทนสีที่อบอุ่น สบายตา ผนังห้องเป็นกระจกทำให้ดูโปร่ง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ชัดเจน กับอาหารรสชาติระดับโรงแรม เคล้าเสียงเพลงสากลบรรเลงเบาๆฟังสบายๆ ขับกล่อมในยามนั่งรับประทานอาหาร ยิ่งเพิ่มความรู้สึกพิเศษในมื้ออาหาร

(continue reading…)

Leave a Comment :, , , , , , , , , , more...

งานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 (Coloring the sky)

by chaomuang on มี.ค..16, 2010, under ท่องเที่ยว


งานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 (Coloring the sky)

เมื่อวันเสาร์ 13 มีนาคม 2553 ณ ค่ายพระรามหก (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีที่ผ่านมา ทีมงานเดินทางกลับจากภาคใต้มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ พอขับรถผ่านค่ายพระรามหก ที่หัวหิน มองเห็นสีสรรเต็มท้องฟ้า เนื่องจากมีว่าวตัวโตๆมากมายล่องลอยอยู่กลางเวหา แน่นอนครับ อดใจไม่ได้จึงเลี้ยวรถเข้าสู่พื้นที่จัดงาน เพื่อถ่ายภาพมาให้ท่านผู้ชมได้ชมบรรยากาศในงาน
งานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 กัน

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2532 และจัดต่อเนื่องมาในหลายๆพื้นที่ เช่น บริเวณชายทะเลเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี สนามศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กองพลทหารราบที่ 16 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี จนถึงปัจจุบัน และในปี 2553 ททท. ร่วมกับ จังหวัดเพชรบุรี ค่ายนเรศวร ค่ายพระรามหก สมาคมกีฬาไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ สมาคมนักบินว่าวประเทศไทย กำหนดจัดงานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 13 – 14 มีนาคม 2553 ณ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยพิจารณาเห็นว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยว และสามารถจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

กิจกรรมภายในงาน
1. การแสดงว่าวไทย 4 ภาค
2. การแสดงว่าวนานาชาติ
3. การแสดงว่าวกลางคืนในระดับนานาชาติ
4. สาธิต นิทรรศการว่าวไทย
5. สาธิตการแข่งขันว่าวจุฬาและปักเป้า
6. การแข่งขันและสาธิตว่าวผาดโผน
7. การแสดงว่าวจุฬาส่ายเร็ว
8. การแสดงว่าวต่อสู้
9. การประกวดว่าวแผง
10. การประดิษฐ์ว่าวสร้างสรรค์
11. การประกวดแผงว่าว
12. คลีนิค และตลาดนัดว่าว
13. กิจกรรมด้านศิลปะสำหรับเด็ก
14. การออกร้านจำหน่ายอาหารและหัตถกรรม

กิจกรรมเสริม
1. การแสดงกระโดดร่ม
2. การแสดงและแข่งขันเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ
3. ท่องเที่ยวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
4. แรลลี่รถยนต์ประหยัดพลังงาน

 


 งานมีตั่งแต่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 13-14 มีนาคม 2553 เวลา 10.00 น. -19.30 น. ณ ค่ายพระรามหก (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ประวัติว่าวไทย
ว่าวเป็นกีฬาที่นิยมกันทั่วโลก เชื่อกันว่าประดิษฐ์ว่าวขึ้นเมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล และมีวิวัฒนาการมาหลายศตวรรษทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบ และวัสดุที่ใช้ทันสมัยขึ้น
ปัจจุบันนี้ลักษณะของว่าวจะมีความสวยงามมีโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต จึงทำให้มีรูปร่างและโครงสร้างในลักษณะต่าง ๆ กัน ตลอดจนมีวิธีการเล่นหลายรูปแบบ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก
ประเทศ ไทยมีการเล่นว่าวกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสมัยกรุงศรีอยุธยา การเล่นว่าวยังเป็นที่นิยมตั้งแต่พระมหากษัตริย์ จนถึงสามัญชนธรรมดา แต่มีกฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดเล่นว่าวข้ามเหนือพระราชวัง ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามกฎมณเฑียรบาล
ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้มีพระบรมราชานุญาตให้พสกนิกรเล่นว่าวได้ที่ท้องสนามหลวงในเขต พระราชวังดุสิต และให้มีการแข่งขันว่าวที่พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. 2499 และได้เสด็จทรงเป็นองค์ประธานการแข่งขันด้วย จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงฟื้นฟูกีฬาว่าวขึ้นมาอีกครั้ง และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาภิรมย์ภักดีจัดการแข่งขันกีฬาว่าวขึ้น ณ ท้องสนามหลวงอีกครั้ง

1 Comment :, , more...

อักษราหุ่นละครเล็ก (AKSRA HOON LAKORN LEK)

by Mee on มี.ค..10, 2010, under ท่องเที่ยว, สถานที่

อักษราหุ่นละครเล็ก (AKSRA HOON LAKORN LEK)


โรงละครอักษรา
โรงละครอักษรา เป็นโรงละครขนาดกลาง 600 ที่นั่งในรูปเกือกม้า ภายใต้บรรยากาศตกแต่งที่รังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคบาโรก ที่สร้างความรู้สึกถึงอัครสถานแห่งสุนทรีย์ เพิ่มความวิจิตรด้วยลวดลายอันอ่อนช้อยจากสถาปัตยกรรมและศิลปะไทยอันงามสง่า สมบูรณ์แบบด้วยคุณสมบัติด้านเทคนิคฉากและเวทีของโรงละครชั้นนำ โรงละครอักษราถูกออกแบบให้สามารถมอบอรรถรสแห่งการแสดงได้อย่างใกล้ชิดทุกที่ นั่ง และพร้อมสำหรับกิจกรรม บนเวทีทุกรูปแบบ

นอกจากนั้นแล้ว โรงละครอักษรา ยังเป็นบ้านของ “อักษราหุ่นละครเล็ก” อีกด้วย ต่อยอดประสบการณ์ในโรงละครอักษรา ที่ Scene Shop ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และ งานออกแบบที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เพลิดเพลินกับอาหาร และเครื่องดื่มเบาๆเคล้าวิวมหานครบนระเบียง Scene Bar ด้านหน้าโรงละคร

สถาปัตยกรรม และการออกแบบพื้นที่โรงละคร
ผู้ออกแบบได้ใช้แนวคิดในการสร้างเรื่องราว และสีทอง อันเป็นสีหลัก เชื่อมต่องานสถาปัตยกรรมและออกแบบพื้นที่โรงละคร โดยเนรมิตพื้นที่ออกเป็น3 ส่วน ได้แก่ อาณาจักร พระราชวัง และสรวงสวรรค์

พื้นที่ด้านนอก
โอ่อ่าดุจอาณาจักร เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูอักษรา จนถึงบันไดทางขึ้นที่ประดับด้วยประติมากรรมยักษ์จากวรรณคดีรามเกียรติ

โถงต้อนรับ : สง่างามตามแบบพระราชวัง
เบื้องหลังบันไดทางขึ้น นำไปสู่โถงต้อนรับ (Hall of fame) สุดตระการตา ที่โอ่โถงสง่างามตามแบบท้องพระโรงของราชวัง ด้วยระดับเพดานสูง 14 เมตร และการเขียนลวดลายไทยสุดวิจิตรรอบด้าน และบุษบกสีทองอร่ามที่ประดิษฐานหุ่นละครเล็กพระราชทาน

 












 

ด้านใน : สรวงสวรรค์สุดวิจิตรของผู้ชม
ภายในโรงละครรูปเกือกม้า มีการออกแบบการให้แสงสว่างในโรงละครในรูปของฝ้าเพดานก้นหอยเขียนลายเทวภูมิ ซึ่งเปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น ตรงกลางเป็นที่ว่าง เป็นอนันตภูมิ ซึ่งเราเรียกกันว่า “สวรรค์ชั้น 7” ผนังรอบทิศถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ด้วยประติมากรรมเทวดานางฟ้าร่ายรำในท่วงท่าอ่อนช้อย ที่ขอต้อนรับผู้ชมทุกท่านสู่การแสดงบนเวที สื่อถึงการมอบประสบการณ์ความรื่นรมย์สูงสุด ให้ผู้ชมทุกท่านได้สัมผัส

งานจิตกรรม และสถาปัตยกรรมไทย
การตกแต่ง:เน้นสร้างบรรยากาศของโรงละครให้มีลักษณะความเป็นไทย ปรากฏในโครงสร้างตัวอาคารที่มีความร่วมสมัย เช่น การเขียนลวดลายไทยในบริเวณต่างๆ การออกแบบทางเดินด้านข้างที่เปรียบเหมือนวิหารคดของวัด ตลอดจนการนำหุ่นตัวเอกของคณะอักษราหุ่นละครเล็ก มาตั้งแสดงอยู่บนบุษบกกึ่งกลางโถงต้อนรับ ควบคู่กับประติมากรรมหินทรายรูปนางวรรณคดีทั้ง 8

Logo และ Corporate Identity
โลโก้ของอักษราเป็นการรวมกันของคำอ่านออกเสียงว่า “อักษรา” 5 ภาษาด้วยกัน คือ ไทย, อังกฤษ, จีน, อารบิก และกรีก ซึ่งนำมาจัดเรียงองค์ประกอบเชิงกราฟฟิก มีความเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ด้วยซิลูเอทลายเส้น ซึ่งเมื่อลองย้อนมองกลับไปแล้ว ภาษาก็เป็นรากหนึ่งของวัฒนธรรมทุกชาติ โลโก้นี้ต้องการสื่อความหลากหลายและความเคารพในความแตกต่าง ก่อให้เกิดความเข้าใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันได้สื่อถึงโลกยุคนี้ที่มีความเป็นโลกาภิวัฒน์ ทุกกระแสสังคมทุกวัฒนธรรมมีการเชื่อมต่อกันทั่วทั้งโลกเป็นหนี่งเดียวกัน
 









 

อัศจรรย์เหมือนมีชีวิต (The Magical Come Alive) ที่ ‘โรงละครอักษรา’

“อักราหุ่นละครเล็ก”
ยังคงอนุรักษ์รูปแบบและลีลาการเชิดตามแบบแผนเดิมของหุ่นละครเล็กที่ดัดแปลง มาจาก “หุ่นหลวง” อันเป็นหุ่นที่มีกลไกสลับซับซ้อน โดยหุ่นละครเล็ก 1 ตัว ต้องอาศัยการประสานใจของนักแสดงทั้ง 3 คน ที่แบ่งกันคุมส่วนแกน, แขน, ขา เพื่อให้ได้ท่วงท่าอันสอดคล้องพร้อมเพรียงกัน และลีลาพลิ้วไหวดุจมีชีวิต “อักษราหุ่นละครเล็ก” นำเสนออรรถรสบนเวทีการแสดงแบบคาบาเรต์ ให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินกับฉากที่หยิบยกมาจากเรื่องราวที่หลากหลาย โดยการแสดงต่างๆถูกผสานเข้ากับการบรรเลงสดของวงออร์เคสตร้าเครื่องดนตรีไทย ผสมดนตรีสากลในชื่อวง “โจงกระเบน”ผนวกกับระบบเทคนิคด้านฉากและเวทีอันทันสมัยของโรงละครอักษรา การแสดงของ “อักราหุ่นละครเล็ก” จึงสามารถมอบอรรถรสบันเทิงอย่างใกล้ชิดและมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งในเวทีการแสดงเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัย แห่งยุคนี้
 


ฉากที่ ๑ ระบำครุฑ
จากพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราช รัชกาลที่๑ เรื่อง “อุณรุฑ” สู่ระบำเทิดพระเกียรติสุดตระการตาด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ผสานท่วงท่าร่ายรำอันงามสง่าของเหล่าครุฑผู้ยิ่งใหญ่อยู่บนฟากฟ้า และเข้าสวามิภักดิ์กับพระนารายณ์ เพื่อปกป้องรักษาความดีงามทั้งปวง เป็นการแสดงที่อำนวยพรชัยให้ผู้ชม มีความยิ่งใหญ่ มั่นคง แข็งแรง ตลอดกาล
 







 


ฉากที่ ๒ ศรีชัยสิงห์
ถักทอจินตนาการศิลปกรรมภาพจำหลักท่วงท่ารำของนาง อัปสราบายน มาเป็นหมู่ระบำนางอัปสรอันอ่อนช้อยงดงาม สอดประสานท่วงทำนองเพลงขอมชมจันทร์และเขมรเร็ว เพื่ออวยพรให้ผู้รับประสบความมั่งคั่ง และรุ่งเรืองดุจความฟูเฟื่องของสมัย
ขอมบายน
 










 

ฉากที่ ๓ กินรีร่อน
วรรณกรรมตอนหนึ่งในเรื่อง “มโนราห์” เป็นฉากที่เหล่ากินรีเพลิดเพลินอยู่ในธรรมชาติเนรมิตรของป่าหิมพานต์ ด้วยกระบวนท่ารำที่มีความวิจิตร สวยงาม และอาภรณ์ของเครื่องแต่งกายที่ประณีตบรรจง อักษราหุ่นละครเล็กได้ดัดแปลงให้การแสดงดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังยึดแนวทางการร่ายรำและบทเพลงไว้คงเดิม เพิ่มเติมความเป็นสากลด้วยเครื่องดนตรีสากลที่ร่วมบรรเลงตลอดการแสดง
 



 


ฉากที่ ๕ ยกรบ
ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่แห่งวรรณคดีอมตะเรื่อง รามเกียรติ์ เมื่อพญายักษ์ทศกัณฐ์จัดทัพเข้าประจัญบานกับฝ่ายพระราม แต่กลับโดนพระรามใช้ศรตีเจ็บปวดเจียนตายจนพ่ายแพ้ ต้องเลิกทัพกลับนครลงกาในที่สุด เป็นฉากที่มีความซับซ้อนของท่าโขนที่ถูกนำมาใช้กับกลไกของหุ่นละครเล็ก
 













 


ฉากที่ ๗ กลองยาว โปงลาง
ผู้แสดงร่วม ๔๐ ชีวิตเนรมิตความหรรษาของเทศกาลดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง (กลองยาว) ประชันดนตรีพื้นถิ่นภาคอีสาน (โปงลาง) สนุกสนานไปกับการแสดงอันครึกครื้น ของเหล่าหุ่นละครเล็กนักดนตรีพื้นบ้านที่ เยื้องกรายขับขานในท่วงท่าลีลาดังต้องมนต์มีชีวิต เป็นการแสดงที่พรั่งพร้อมไปด้วยเทคนิค แสง สี เสียง และฉากที่อลังการ กับการแสดงอันพลิ้วไหว อ่อนช้อย แสดงถึงศิลปะอันงดงามควรค่าแก่การอนุรักษ์ และรักษาสืบต่อไป
 










รอบการแสดง
พฤหัสบดี – ศุกร์ 19.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 13.00 น.,19.00 น.

สำรองที่นั่ง
เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร หน้าโรงละครอักษรา ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์
เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

บัตรราคา 800 บาท

สำรองที่นั่งผ่านเว๊บไซต์ www.thaiticketmajor.com

การสำรองที่นั่งเป็นกลุ่มคณะสำหรับนักท่องเที่ยว, องค์กร, บริษัท, หน่วยงาน

สามารถติดต่อฝ่ายการตลาด โรงละครอักษรา ที่โทร. 02 677 8888 ต่อ 5609, 5619 และ 5678
 

โรงละครอักษรา

ที่อยู่ : เลขที่ 8/1 ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

โทร : 02 677 8888 / แฟกซ์ 02 245 8631

www.aksratheatre.com

 

 

1 Comment :, , , , , , , , , , , , , , , , more...

เรื่องล่าสุด

RSS RSS FEED