เกือบลืมข้อมูล เพื่อจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง ครับ...
วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) บ้านนาคำแคน ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย
พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ เกจิฯ สายพระป่า "หลวงปู่มั่น"
พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ เป็นพระเถระสายวิปัสสนากัมมัฏฐานอีกรูปหนึ่งแห่งภาคอีสาน ที่มีวัตรปฏิบัติเป็นที่น่าเลื่อมใสของชาวพุทธยิ่งนัก
อัตโนประวัติ พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ เกิดในสกุล นรมาส เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2463 ที่บ้านแหล่งมันแกว หมู่ 12 ต.ดงมะยาง อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี (ในขณะนั้น) โยมบิดา-มารดา ชื่อนายสา และนางแหวะ นรมาส
ในวัยเด็กได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนบ้านโคกกลาง ต.มะยาง อ.อำนาจเจริญ และเข้าไปศึกษาในระดับมัธยม ที่โรงเรียนประจำจังหวัดอุบลราชธานี ชีวิตการเรียนของท่าน สอบได้ที่ 1 มาตลอด
เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 ท่านได้สมัครเข้ารับราชการที่กรมทางหลวงแผ่นดินอยู่นานถึง 4 ปี จนอายุครบ 21 ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกาย ที่วัดเจริญจิต บ้านโคกกลาง ต.ดงมะยาง อ.อำนาจเจริญ โดยมีหลวงพ่อบุ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระมหาแจ้งเป็นอาจารย์คู่สวด ได้รับฉายาว่า "กลยาณธมโม"
อุปสมบทได้ 1 พรรษา ท่านสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี ก่อนลาสิกขาบทออกมาเป็นฆราวาส ได้ประกอบอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ทำงานขยันขันแข็งหามรุ่งหามค่ำจนล้มป่วยหนัก เมื่อหายป่วยท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง ที่วัดสำราญวิเวก อ.อำนาจเจริญ
พระอาจารย์จวนได้เริ่มปฏิบัติกัมมัฏฐาน โดยบริกรรมด้วยคำว่า "พุทโธ" และงดฉันอาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิด ฉันแต่มังสวิรัติอย่างเดียว ด้วยเป็นอาหารธรรมชาติ ทำให้จิตใจเบาสบาย คลายความกำหนัดในกามคุณ ไม่ตกเป็นทาสของลิ้น
ต่อมา พระอาจารย์จวนได้ออกเดินธุดงค์ไปยังมุกดาหารและไปนมัสการพระธาตุพนม ระหว่างทางได้อาศัยศพที่พบเห็นเจริญอสุภกัมมัฏฐาน ได้พิจารณาเห็นความจริงในเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้นตามลำดับ และเดินทางแสวงวิเวกไปเรื่อย หยุดพักตามป่าช้าแต่เพียงลำพัง ด้วยจิตใจอันกล้าหาญ
ในช่วงระหว่างจำพรรษาที่วัดบ้านนาจิกดอนเมย บ้านหนองปลิง ต.นาจิก อ.อำนาจเจริญ ท่านได้ปฏิบัติกัมมัฏฐานด้วยการไม่หลับนอนตลอดระยะเวลา 3 เดือน และฉันอาหารมังสวิรัติ ปรากฏว่าทำได้สำเร็จได้ผลดีในทางกำลังใจและมีสติสัมปชัญญะเข้มแข็ง สามารถใช้สติควบคุมจิตได้ดีขึ้นตามหลักมหาสติปัฏฐาน นอกจากนี้ ยังได้ออกเที่ยวแสวงวิเวกบำเพ็ญเพียรตามป่าเขาลำเนาไพรแถบเทือกเขาภูพานได้ธุดงค์ขึ้นไปทางเชียงใหม่และเชียงตุงด้วย
เจ้าคุณอริยคุณาธาร (ปุสโส เส็ง) ได้พาพระอาจารย์จวนมาฝากไว้กับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านหนองผือ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร หลวงปู่มั่นได้อบรมสั่งสอนพระอาจารย์จวนว่าการปฏิบัติกัมมัฏฐานต้องมุ่งมรรคผลนิพพาน ต้องมีความเพียร ตั้งสัจจะทำจริงอย่างเด็ดเดี่ยว
หลวงปู่มั่นยังสอนให้พิจารณากายคตาสติ คือ ให้ใช้สติ เพ่งพิจารณาในร่างกายมีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เป็นต้น ให้เห็นว่าเป็นสิ่งปฏิกูลน่าเกลียด ต้องคอยบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา พระอาจารย์จวนได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหลวงปู่มั่น สามารถรวมจิตใจให้สงบลงได้คล่องแคล่วรวดเร็วถูกนิสัย นั่งสมาธิได้ตั้งแต่หัวค่ำยันสว่าง จนจิตผ่องใสสว่างโพลงเป็นปรากฏมหัศจรรย์ยิ่ง
พระอาจารย์จวนได้ออกธุดงค์เข้าสู่กลางดงศรีชมภู อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เป็นดินแดนอันสงบสงัดวังเวงใจ สภาพที่เห็นคล้ายซากเมืองโบราณ มนุษย์ถือว่าเป็นถิ่นอาถรรพ์มีภูติผีปีศาจสิงอยู่มากมาย เมื่อธุดงค์เข้าไปอยู่ในถ้ำจันทร์ พระอาจารย์จวนได้ฝึกจิตให้เข้าสู่ร่องรอยของพระโยคาวจร นั่งสมาธิปากเหวลึกให้จิตสงบ สร้างตบะให้แก่กล้า
หลังอยู่จำพรรษาที่ถ้ำจันทร์นาน 4 ปี พระอาจารย์จวนได้แสวงวิเวกมาทางภูสิงห์ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย บำเพ็ญเพียรอยู่ได้ 1 พรรษา ก่อนมุ่งหน้าไปยังภูวัว
พ.ศ.2512 พระอาจารย์จวนได้อยู่ภูทอก อ.เซกา จ.หนองคาย โดยปักกลดอยู่ที่ถ้ำเชิงเขา จากนั้นได้เริ่มพัฒนาภูทอกน้อย เป็นวัดภูทอก โดยทำสะพานขึ้นลงบนยอดเขาให้สามารถเดินขึ้นลงโดยสะดวก
พระอาจารย์จวนเป็นพระอริยะชั้นสูง ท่านมีญาณล่วงรู้เหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ล่วงรู้จิตใจคน มีหูทิพย์ ตาทิพย์
กาลต่อมา พระอาจารย์จวนได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกระหว่างการเดินทางจากเมืองอุดรธานี เข้าสู่กรุงเทพฯ สร้างความเศร้าสลดแก่คณะศิษยานุศิษย์เป็นยิ่งนัก
แม้ทุกวันนี้ จริยวัตรอันน่าเลื่อมใสศรัทธาของท่าน ยังคงปรากฏอยู่ในความทรงจำของชาวพุทธได้หวนรำลึกและดำเนินตามรอยธรรมของพระอาจารย์จวนต่อไป
ที่มา : นสพ.ข่าวสด หน้า 29
คอลัมน์ คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6 โดย ประภาพร สอนราช
วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5533
(ข้อมูลจาก
www.agalico.com )